ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
สาระสำคัญ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวว่า กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการมวลน้ำก้อนใหญ่จากภาคเหนือที่ไหลมาสมทบกันที่ จ.นครสวรรค์ ในปริมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที เมื่อวันที่ 7 - 8 ส.ค.นี้ จนลดลงเหลือ 1,800 - 1,900 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นกับ 7 จังหวัดท้ายเขื่อน เช่น ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ แต่พื้นที่กรุงเทพฯ จะไม่ประสบปัญหารุนแรง เพราะมีพนังกั้นน้ำสูงถึง 2.5 เมตร แต่อาจส่งผลกระทบ เฉพาะบริเวณรอบนอกที่ยังไม่มีพนังกั้นน้ำ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากพายุนกเตนครั้งนี้ (มติชน, เดลินิวส์) นายสงบ อรุณทอง ผอ.ส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา จ.ชัยนาท กล่าวว่า น้ำเหนือจาก อิทธิพลพายุนกเตนมาถึง จ. ชัยนาท เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม โดยเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำได้ที่ 1,479 ลบ.ม./วินาที ทำให้กระทบหลายจังหวัดท้ายเขื่อน รมว.กษ. จึงสั่งการให้ระบายน้ำเข้าคลองสาขาทั้งฝั่งซ้ายและขวา บริเวณเหนือเขื่อนฝั่งซ้าย ได้แก่ คลองชัยนาท – ป่าสัก (คลองอนุศาสนนันท์) คลองชัยนาท – อยุธยา (คลองมหาราช) และฝั่งขวา ได้แก่ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และคลองมะขามเฒ่า - อู่ทอง 414 ลบ.ม./วินาที ทำให้สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา เหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.00 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) จากระดับปกติ 16.50 ม.รทก. ส่วนท้ายเขื่อนอยู่ที่ระดับ 12.16 ม.รทก. ระบายน้ำ 1,143 ลบ.ม./วินาที ลดลง 336 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้ กรมชลประทานจะพยายามจัดการน้ำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด (ข่าวสด) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. กล่าวว่า ได้ ลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างแนวป้องกัน น้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงคลองบางโพธิ์ - ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ 7 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งจะมีการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมเพิ่มเติมจาก 77 กม. เป็น 84 กม. โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีปัญหาน้ำท่วมและไม่มีแนวพนังกั้นน้ำ เช่น ถนนสรรพาวุธ เขตบางนา เขตยานนาวา เขตคลองเตย เขตพระโขนง และเขตพระนคร สำหรับ แนวป้องกันน้ำท่วมเดิมระยะทาง 77 กม. ขณะนี้ก่อสร้างเสร็จแล้ว 75.8 กม. ที่เหลืออีก 1.2 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้างในพื้นที่เขตบางกอกน้อยและบริเวณท่าน้ำราชวงศ์(มติชน, โพสต์ทูเดย์, ข่าวสด, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, แนวหน้า, เดลินิวส์, สำนักข่าวแห่งชาติ, พิมพ์ไทย) นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวว่า สนน. ได้ดำเนินการวางแนวเรียงกระสอบทรายจากสถานีสูบน้ำบางโพ - กรมพลาธิการทหารบก จำนวน 30,000 ใบ ภายใน กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย จำนวน 40,600 กระสอบ ความยาว 1,000 เมตร มูลนิธิหิมะทองคำ เขตคลองเตย 12,000 กระสอบ ยาว 300 เมตร บริเวณต้นสะพานพระราม 9 เขตราษฎร์บูรณะ 2,700 กระสอบ ยาว 50 เมตร และบริเวณ โรงเรียนซางตาครูส เขตธนบุรี จำนวน 3,000 กระสอบ ความยาว 55 เมตรเรียบร้อยแล้ว (ข่าวสด) นายกระมล โอฬาระวัต ผอ.สำนักเทศกิจ (สนท.) กล่าวว่า สนท. ได้จัดชุดปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหารถยนต์ขัดข้องในช่วงที่ฝนตกเกิดน้ำท่วมขังตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจจากกองตรวจและปฏิบัติการพื้นที่ 1–3 ชุดละ 10 คน จำนวน 3 ชุด พร้อมอุปกรณ์ในการ เข้าช่วยเหลือ อาทิ รองเท้าบู๊ต , ชุดกันฝน , ไฟฉาย , น้ำยา Sonax , น้ำยาดับเพลิงเคมี , สายพ่วงแบตเตอรี่ และสายลากจูง หากประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ประสบปัญหาดังกล่าว สามารถแจ้งสายด่วน กทม.1555 หรือศูนย์อัมรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 – 2465 - 7883(สำนักข่าวไทย) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ. ได้ระดมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 100 ทีม ออกบริการตรวจรักษาผู้ประสบภัยพายุนกเตนในพื้นที่น้ำท่วม 16 จังหวัด มีผู้ป่วยสะสม 12,000 ราย โดยพบกว่าครึ่งป่วยเป็นโรคน้ำกัดเท้า รองลงมา คือ ไข้หวัด ผื่นคัน ผิวหนัง ปวดเมื่อย และบาดแผล ทั้งนี้ สธ. ได้จัดส่งยาชุดน้ำท่วม 20,000 ชุด ให้ จ.สุโขทัย อ่างทอง และ จ.พิษณุโลก รวมทั้งให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผลิตยารักษาน้ำกัดเท้าสำรองเพิ่มอีก 200,000 หลอด ขณะที่ ส่วนกลางได้สำรองยาชุดน้ำท่วมไว้ทั้งหมด 500,000 ชุด พร้อมจัดส่งให้พื้นที่ประสบภัยเต็มที่(มติชน, แนวหน้า) กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายสภาพอากาศในช่วงวันที่ 8 - 11 สิงหาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันสูง 1 - 2 เมตร หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 12 - 14 สิงหาคม ร่องมรสุมนี้จะอ่อนกำลังลง แต่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนอยู่ในเกณฑ์เป็นแห่งถึงกระจายในระยะนี้(ไทยโพสต์, ไทยรัฐ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ผลกระทบจากภาวะฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนนกเตน ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ มีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) รวม 21 จังหวัด 155 อำเภอ 893 ตำบล 6,809 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดแพร่ เชียงใหม่ สุโขทัย น่าน ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิจิตรพิษณุโลก ตาก นครสวรรค์ นครพนม อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร เลย เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ และพระนครศรีอยุธยา ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 339,148 ครัวเรือน 1,139,990 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ราย สูญหาย 1 คน บาดเจ็บ 11 คน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน เลย หนองคาย และประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 17 จังหวัด รวม 132 อำเภอ 786 ตำบล 6,270 หมู่บ้าน เบื้องต้น ปภ. ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกล เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่มให้บริการในพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้การช่วยเหลือ(มติชน, โพสต์ทูเดย์, ข่าวสด, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, แนวหน้า, เดลินิวส์, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยโพสต์, ไทยรัฐ, โลกวันนี้) นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กษ. ระบุ จากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาวิเคราะห์ว่าปริมาณน้ำฝนในปีนี้จะมากกว่าปี 2553 และคาดการณ์จะมีพายุเข้ามาไม่ต่ำกว่า 20 ลูก ซึ่งขณะนี้พายุเพิ่งผ่านไป 2 ลูก ที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ในช่วงนี้จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากแนวร่องมรสุมจากประเทศจีนที่จะเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ดังนั้น จึงต้องวางแผนประเมินสถานการณ์น้ำทุกวัน เพื่อไม่ให้การพร่องน้ำจากเขื่อนมาซ้ำเติมในพื้นที่ได้รับอุทกภัย 15 จังหวัดในขณะนี้ (มติชน, เดลินิวส์) นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้น้ำเหนือซึ่งไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี ได้น้ำไหลท่วมบ้านประชาชน สวนนาข้าว ได้รับความเสียหายในหลายอำเภอ จึงได้ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บางไทร อ.บางปะอิน และ อ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งประกาศเพิ่มเติมอีก 2 อำเภอ คือ อ.บางบาล และ อ.มหาราชเพื่อรับการช่วยเหลือเร่งด่วนต่อไป(แนวหน้า) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วง คือ ในอีก 2 เดือนถัดไป น้ำในเขื่อนสำคัญ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ เริ่มเต็มแล้วประมาณร้อยละ 80 ของความจุเขื่อน ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด(มติชน, โพสต์ทูเดย์, ข่าวสด, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, แนวหน้า, เดลินิวส์, สำนักข่าวแห่งชาติ, พิมพ์ไทย) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. กล่าวว่า ผลประเมินปัญหาสุขภาพจิตผู้ประสบภัยที่ อ.เมือง จ.ลำพูน และ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย จำนวน 618 ราย พบผู้ประสบภัยมีความเครียดสูง เช่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ 33 ราย คิดเป็นร้อยละ 5 มีอาการซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต 67 ราย คิดเป็นร้อยละ 11 และเสี่ยงฆ่าตัวตาย 16 ราย คิดเป็นร้อยละ 3 เนื่องจากสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก จึงสั่งการให้ทีมจิตแพทย์ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ติดตามให้คำปรึกษาแนะนำ และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดร่วมกับบุคคลในครอบครัวให้ช่วยกันดูแลให้กำลังใจ และไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว(มติชน, แนวหน้า)
ข้อเสนอแนะ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างรวม 7 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ เตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่งจากภาวะน้ำเหนือไหลบ่าในช่วงวันที่ 8 - 10 สิงหาคม โดยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รวมถึงติดตามและปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด สำหรับ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำล้นตลิ่ง สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง(มติชน, โพสต์ทูเดย์, ข่าวสด, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, แนวหน้า, เดลินิวส์, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยโพสต์, ไทยรัฐ, โลกวันนี้) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. กล่าวว่า มั่นใจ กทม. มีความพร้อมรับมือกับน้ำเหนือ ที่ไหลผ่านลงมาถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เนื่องจากแนวป้องกันน้ำท่วมของ กทม. สามารถรับน้ำได้ถึงระดับความสูง 2.50 เมตร ขณะที่น้ำเหนือที่จะไหลลงมา คาดจะไม่เกิน 2 เมตร สำหรับจุดที่ยังไม่มีแนวป้องกันน้ำท่วม ได้วางกระสอบทรายป้องกันไว้แล้ว คาดจะไม่มีปัญหา ส่วนพื้นที่เสี่ยงบริเวณ กรุงเทพฯ ด้านตะวันตกและตะวันออก ขณะนี้ระดับน้ำยังต่ำกว่าขีดวิกฤติทุกแห่ง จึงไม่ต้องกังวล หรือตื่นตระหนก (มติชน, โพสต์ทูเดย์, ข่าวสด, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, แนวหน้า, เดลินิวส์, สำนักข่าวแห่งชาติ, พิมพ์ไทย) นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กษ. กล่าวว่า การพร่องน้ำจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาใหม่ โดยขณะนี้เขื่อนสิริกิติ์มีความจุมากกว่าร้อยละ 84 แล้ว จึงต้องพร่องน้ำสลับกับเขื่อนภูมิพลวันเว้นวัน ขณะที่เขื่อนแควน้อยและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะต้องพร่องน้ำลงเหลือร้อยละ 50 เนื่องจากต้องใช้เขื่อนทั้งสองแห่งในการบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งคาดในปีนี้ปริมาณน้ำจะมีมากขึ้น(มติชน, เดลินิวส์) กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 8 - 11 สิงหาคมนี้ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบลุ่มใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และเชิงเขา จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังภัยธรรมชาติในระยะนี้ไว้ด้วย (ไทยโพสต์, ไทยรัฐ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน) ขอให้รัฐบาลเตรียมงบฉุกเฉินสำหรับช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ไว้ล่วงหน้า เนื่องจากศูนย์เตือนภัยแห่งชาติระบุตั้งแต่เดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน จะเกิดพายุฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันเป็นวงกว้างทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่สำคัญยังมีพายุโซนร้อนอีกไม่น้อยกว่า 2 ลูก ที่จะพัดเข้ามาในประเทศไทยซ้ำรอยพายุนกเตน ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเตรียมพร้อมรับมือกับอุทกภัยที่จะเกิดขึ้น (สำนักข่าวหัวเขียว - ไทยรัฐ) ความเอาใจใส่ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. ที่นำ ผอ.สนน. และหน่วยงานที่รับผิดชอบออกตรวจประตูระบายน้ำและพื้นที่รองรับน้ำ เพื่อวางแนวทางป้องกันน้ำไหลหลากและปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาอีก ทำให้ชาวกรุงเทพฯ มั่นใจได้ว่าน้ำจะไม่ท่วมหนัก (แวดวงรอบกรุง – ไทยรัฐ)
---- ------ (ธนัตถ์ชวนันทน์.. วิเคราะห์ข่าว)
|
<< ย้อนกลับ |
<< ย้อนกลับ |

.jpg)



จำนวนคนอ่าน 15046 คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
ไม่เห็นด้วย 0 คน
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
