ข่าวเด่น ประเด็นร้อน



 
         (10 พ.ค. 55) เวลา 13.30 น. ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว “กรุงเทพมหานคร ห่วงใย ความปลอดภัยนักเรียน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครก่อนการเปิดภาคเรียน ประจำปีการศึกษา 2555 พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนในมาตรการรักษาความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร
          ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด ทั้ง 436 โรงเรียนมาโดยตลอด สำหรับปีการศึกษา 2555 ที่กำลังจะเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 นี้ สิ่งสำคัญที่กรุงเทพมหานคร ตระหนักและมีความห่วงใยมาก คือ ความปลอดภัยของนักเรียนกว่า 300,000 คน และแม้ว่ากรุงเทพมหานครจะกำหนด 9 มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมคู่มือโรงเรียนปลอดภัยให้โรงเรียนใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและเฝ้าระวังเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนแล้ว แต่เนื่องจากในปีที่ผ่านมาบางโรงเรียนประสบกับปัญหาอุทกภัย จึงได้ย้ำเน้นให้ทุกโรงเรียน ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงเรียนรวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่อาจเกิดไฟฟ้ารั่วได้
         นอกจากนี้ระหว่างปิดภาคเรียนที่มีระยะเวลากว่า 50 วัน โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนมาใช้บริการทั้งด้านอาคารสถานที่ สนามเด็กเล่น อุปกรณ์ต่างๆ อาจมีบางส่วนที่เกิดการชำรุด ทำให้เกิดอันตรายที่ไม่สามารถคาดหมายล่วงหน้าได้ ประกอบกับภาวะอากาศที่กำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน ก็อาจเกิดภาวะฝนฟ้าคะนองมีลมแรงหรือพายุซึ่งหากบริเวณรอบๆ โรงเรียน หรือระหว่างทางจากบ้านไปโรงเรียนมีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไม่มั่นคง แข็งแรงก็อาจเป็นอันตรายต่อนักเรียนได้ สิ่งเหล่านี้ต้องตรวจสอบและแก้ไข เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน
 

 
(10 พ.ค. 55) เวลา 13.30 น. ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว “กรุงเทพมหานคร ห่วงใย ความปลอดภัยนักเรียน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครก่อนการเปิดภาคเรียน ประจำปีการศึกษา 2555 พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนในมาตรการรักษาความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด ทั้ง 436 โรงเรียนมาโดยตลอด สำหรับปีการศึกษา 2555 ที่กำลังจะเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 นี้ สิ่งสำคัญที่กรุงเทพมหานคร ตระหนักและมีความห่วงใยมาก คือ ความปลอดภัยของนักเรียนกว่า 300,000 คน และแม้ว่ากรุงเทพมหานครจะกำหนด 9 มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมคู่มือโรงเรียนปลอดภัยให้โรงเรียนใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและเฝ้าระวังเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนแล้ว แต่เนื่องจากในปีที่ผ่านมาบางโรงเรียนประสบกับปัญหาอุทกภัย จึงได้ย้ำเน้นให้ทุกโรงเรียน ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงเรียนรวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่อาจเกิดไฟฟ้ารั่วได้
นอกจากนี้ระหว่างปิดภาคเรียนที่มีระยะเวลากว่า 50 วัน โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนมาใช้บริการทั้งด้านอาคารสถานที่ สนามเด็กเล่น อุปกรณ์ต่างๆ อาจมีบางส่วนที่เกิดการชำรุด ทำให้เกิดอันตรายที่ไม่สามารถคาดหมายล่วงหน้าได้ ประกอบกับภาวะอากาศที่กำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน ก็อาจเกิดภาวะฝนฟ้าคะนองมีลมแรงหรือพายุซึ่งหากบริเวณรอบๆ โรงเรียน หรือระหว่างทางจากบ้านไปโรงเรียนมีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไม่มั่นคง แข็งแรงก็อาจเป็นอันตรายต่อนักเรียนได้ สิ่งเหล่านี้ต้องตรวจสอบและแก้ไข เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน
 
 
 

          เผย 7 มาตรการเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยในโรงเรียน
ดังนั้นเพื่อให้มาตรการด้านความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กรุงเทพมหานครจึงได้เพิ่ม 7 มาตรการเร่งด่วนให้สำนักงานเขต และโรงเรียนดำเนินการเพื่อความปลอดภัยในโรงเรียน ดังนี้ 1. สำนักงานเขต/ โรงเรียน ตรวจสอบสภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ภายในโรงเรียนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา สำหรับโรงเรียนที่ยังมิได้ติดตั้งหรือติดตั้งยังไม่แล้วเสร็จ ให้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 2. สำนักงานเขต/ โรงเรียน ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยเฉพาะโรงเรียนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา และให้ตรวจสอบการติดตั้งสายดินของเครื่องทำน้ำเย็น โดยประสานการทำงานกับการไฟฟ้านครหลวง พร้อมดำเนินการให้ครบทุกโรงเรียน และอาจประสานขอความร่วมมือสถาบันอาชีวศึกษา หรือมหาวิทยาลัยที่สอนคณะวิศวกรรมไฟฟ้าในพื้นที่ร่วมดำเนินการ 3. ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดูแล กำกับยามให้ ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนโดยเคร่งครัด 4. ให้ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ในวันที่ 21–22 พ.ค. 55 เพื่อให้นักเรียนปลอดภัยจากเชื้อโรคที่มาจากความสกปรก 5. ให้สำนักเทศกิจประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจในการอำนวยความสะดวกและจัดการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน 6. ให้สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ตรวจสอบท่าเทียบเรือเพื่อปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรงและเพื่อความปลอดภัย โดยประสานงานกับกรมเจ้าท่า พร้อมทั้งตรวจสอบสัญญาณไฟกระพริบและทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียนให้พร้อมใช้งาน และ 7. ให้สำนักการจราจรและขนส่ง และสำนักการศึกษา กทม. ทำการสำรวจและพิจารณาดำเนินการจัดหาหมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์และรถจักรยาน
 
          ผู้ผลิตเวสป้ามอบหมวกนิรภัย 5,000 ใบ ให้นักเรียนกทม.
ทั้งนี้จากการสำรวจของสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. พบว่ามีนักเรียนประมาณ 1 แสนคน ที่เดินทางไป– กลับโรงเรียน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ซึ่งกรุงเทพมหนครได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถเวสป้า บริจาคหมวกนิรภัยจำนวน 5,000 ใบ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะดำเนินการจัดซื้อหมวกนิรภัยให้นักเรียนโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร มีหมวกนิรภัยสวมใส่เพื่อความปลอดภัยจนครบตามจำนวนต่อไป โดยในวันเปิดภาคเรียนวันที่ 23 พ.ค. 55 นี้ คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะร่วมกันลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยบริเวณถนนสามเสน เขตดุสิต เพื่อยืนยันถึง ความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนเกิดความมั่นใจว่า กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยและได้เตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยแก่นักเรียนไว้อย่างรอบคอบแล้ว
 

 
จำนวนคนอ่าน 9113 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister