ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้
สาระสำคัญ นาย พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวหลังการลงนาม ร่วมกันระหว่าง วท. กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการพัฒนาเทคโนโลยีการสำรวจ วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและภูมิอากาศ เพื่อรับมือกับปัญหาอุทกภัย กล่าวว่า การจัดทำข้อมูลเรื่องน้ำ มีความสำคัญมากในสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะจะทำให้เกิดเอกภาพในการดำเนินงานรับมือกับน้ำท่วม ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้ข้อมูลที่ได้จะไม่สามารถทำนายเรื่องน้ำได้ถูกต้องทั้งหมด แต่จะช่วยบริหารจัดการได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันสภาพภูมิประเทศของไทยเปลี่ยนไป พื้นที่คลองอาจกลายเป็นถนน ทำให้พื้นที่รับน้ำหายไปกว่าครึ่ง ดังนั้น ข้อมูลจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน (ไทยรัฐ, เดลินิวส์) นาย วสันต์ มีวงษ์ โฆษกของ กทม. กล่าวหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. (วันที่ 18 มิถุนายน 2555) ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หน้าฝนในทุกด้าน เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีพายุฝนก่อตัว โดยติดตามรายงานสภาพอากาศและ เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากมีการระบายน้ำออกจากเขื่อนอย่างต่อเนื่อง แต่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องไม่นิ่งนอนใจ ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้ตรวจสอบเครื่องสูบน้ำตามสถานีสูบน้ำและจุดต่างๆ มีการซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด ขณะนี้มีความพร้อมร้อยละ 95 รวมทั้งยังมีการนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งตามจุดอ่อนน้ำท่วมทั้งหมดแล้ว
นอกจากนี้ ผว.กทม. ได้เร่งรัดการขุดลอกคูคลองใน 18 เขต และการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็วที่สุด พร้อมทั้ง กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมสรรพกำลังให้เต็มที่ จัดเตรียมงบประมาณ ในการจัดทำกระสอบทรายเพิ่มเติม รวบรวมเครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีอยู่ รวมทั้งที่ได้รับบริจาคจากประชาชน เช่น กระสอบทราย สะพานไม้ เรือ ถุงดำ ฯลฯ เพื่อเตรียมพร้อมแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ในกรณีที่ประสบภัย โดยให้ สนน. และสำนักงานเขต สรุปข้อมูลจุดเสี่ยงในพื้นที่ที่ต้องเข้าไปป้องกันและจัดลำดับความเร่งด่วนเข้าไป ให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุ โดยคำนึงถึงสภาพและความสำคัญในการระบายน้ำเป็นหลัก ตลอดจน เตรียมพร้อม หน่วย BEST เข้าไปแก้ไขจุดที่เป็นปัญหาและจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจในการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรติดขัด กรณีมีฝนตกหนัก ขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมพร้อมในการให้ข้อมูลและการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการน้ำและลดปัญหาความขัดแย้งกับมวลชน โดยไม่มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ กทม.ได้จัดทำเว็บไซต์ http://bkkfloodwatch.bangkok.go.th เพื่อให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องและความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้ง ประสานความร่วมมือไปยังสื่อมวลชนในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน (เดลินิวส์, พิมพ์ไทย, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, โพสต์ทูเดย์) นาย สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภา กทม. กล่าวว่า สภา กทม. พร้อมสนับสนุนงบประมาณ เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมประตูระบายน้ำและขุดลอกคูคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งโครงการนี้อยู่ในแผนระยะสั้น และระยะยาว แต่ยังมีความเป็นห่วงประตูระบายน้ำวัดสิงห์ เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำมาจากเขตบางบอนและเขตภาษีเจริญ ก่อนที่จะลงสู่คลองสนามชัยและออกไปสู่ทะเล แต่เครื่องสูบน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งจะประสานสำนักงานเขตจอมทอง ให้เสนอเรื่องมาที่สภา กทม. เพื่อจัดสรรงบประมาณจัดซื้อเครื่องสูบน้ำต่อไป นอกจากนี้ ขอให้ทุกสำนักงานเขต เร่งตรวจสอบคูคลองต่างๆ ให้มีความพร้อมในการรับน้ำ(คม ชัด ลึก)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ นาย อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี บรรยายพิเศษ เรื่อง บทบาททางวิชาการขององค์การปราชญ์ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์ว่า ปัจจุบันมักพบปัญหาน้ำในส่วนปลายน้ำ เพราะการเจริญเติบโต ของสังคมเมือง ทำให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ที่ควรเป็นทางระบายน้ำ ขณะที่การแก้ปัญหาทำได้ยาก เพราะส่วนใหญ่เจ้าของพื้นที่เป็นผู้มีเงินและมีอำนาจ (เดลินิวส์) นาย รอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในปีนี้จะมีน้ำฝนค่อนข้างมากคือ ประมาณ 1,500 มิลลิเมตร (มม.) และจะตกแบบไม่ทิ้งช่วง ซึ่งแม้จะน้อยกว่าปี 2554 ที่มีปริมาณอยู่ที่ 1,800 มม. แต่จะทำให้เกิดน้ำท่วมแน่นอน ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เช่น จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี เป็นต้น ซึ่งต้องรอประเมิน สถานการณ์อีกครั้งปลายเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ปีนี้ฝนในพื้นที่ภาคกลางจะมีปริมาณมากกว่าทุกพื้นที่ สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือ แต่ละจังหวัดทำคันกั้นน้ำของตนเอง เพราะทุกจังหวัดต่างก็กลัวน้ำท่วม จากการสำรวจ พบเส้นทางตั้งแต่กรุงเทพฯ–จ.อ่างทอง มีคันกั้นน้ำเต็มหมดทุกพื้นที่ หากเป็นเช่นนี้จะทำให้แผนการระบายน้ำ ที่วางไว้ทั้งหมดมีอุปสรรคอย่างแน่นอน รวมทั้ง จะทำให้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นถึง 3.5 เมตร และน้ำจะไหลได้ช้าลง หรือทำให้น้ำท่วมนานขึ้น ขณะเดียวกัน จะเกิดเหตุการณ์คันกั้นน้ำพังมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง(ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, พิมพ์ไทย, สยามรัฐ, โพสต์ทูเดย์) นาย เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุ การลงพื้นที่ตรวจ การเตรียมการป้องกันปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่แน่ใจรัฐบาลจะป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะนอกจากไม่มีพิมพ์เขียวสำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติแล้ว ยังปรากฏชัดเจนว่าการทำงานและการประสานงานของข้าราชการในพื้นที่มีปัญหาอย่างมาก ทั้งไม่ได้ทำตามแผน แล้วยังไม่พูดความจริงและไม่ให้ความร่วมมืออีกด้วย นายกรัฐมนตรีจึงได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึง พื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำนองและแนวทางระบายน้ำ (ฟลัดเวย์) ที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ยังไม่รู้เรื่อง
ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีความเสี่ยงที่น้ำจะท่วมหรือไม่ ต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนปลายเดือนกรกฎาคมนี้ในเรื่องปริมาณฝน พายุ และความรุนแรงของร่องมรสุม แม้ปริมาณน้ำจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ความรุนแรงอาจมากกว่าเดิม เพราะการสร้างคันกั้นน้ำในพื้นที่ต่างๆ จะทำให้น้ำไหลเร็วและแรงมาที่ปลายน้ำ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจึงยังมีความเสี่ยงสูง (บทบรรณาธิการ–โลกวันนี้) จากเหตุการณ์น้ำท่วมใน จ.สุโขทัย รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ทางภาคใต้ ทำให้อดกังวลไม่ได้ว่า สถานการณ์น้ำที่มีปริมาณมาก อาจจะเกิดซ้ำเหมือนกับปีที่ผ่านมา เพราะ หากรัฐบาลไม่สามารถรับมือกับมวลน้ำ ที่คาดจะมีมากได้ และเหตุการณ์มหาอุทกภัยเกิดขึ้นเหมือนกับปีที่ผ่านมาอีก รัฐบาลก็คงจะลำบากแน่นอน (บทความ–มติชน) ช่วงนี้ฝนตกถี่กว่าปกติ แม้ กทม.จะยืนยันความพร้อมการขุดลอกคลองในภาพรวม แต่ทั้งกรุงเทพฯ ยังคืบหน้าเพียงร้อยละ 50 และหากเจาะเฉพาะเขตพื้นที่เสี่ยง 18 เขตที่มีน้ำท่วมหนักช่วงปลายปี 2554 ขณะนี้การขุดลอกคลองและลอกท่อระบายน้ำคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80 ขณะที่ การจ่ายเงินชดเชยทรัพย์สินเสียหาย จากน้ำท่วมยังมีปัญหา เนื่องจากผู้บริหาร กทม. สั่งการให้สำนักงานเขตต่างๆ สรุปจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ทั้งยังระบุ หากชาวบ้านได้รับเงินไม่ถึง 5,000 บาท ให้เขตตรวจสอบข้อมูลใหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่เขตเครียด เพราะต้องทำงานบนความไม่ชัดเจน (ใต้ฟ้ากรุงเทพฯ–เดลินิวส์)
ข้อเสนอแนะ นาย อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ระบุ รัฐบาลมีหน้าที่จะต้องศึกษาพิจารณาองค์ประกอบของปัญหาการบุกรุกพื้นที่คูคลองสาธารณะและหาวิธีแก้ไข สิ่งสำคัญคือ การรับข้อมูลที่ถูกต้องก่อนวางแนวทาง แก้ปัญหา นอกจากนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นในรัฐบาล ก็ควรมีการต่อยอดแนวทางแก้ปัญหาต่อเนื่องไปยังรัฐบาลต่อไปทุกรัฐบาล (เดลินิวส์) นาย โธมัส โดนัลด์สัน หัวหน้าฝ่ายอุทกวิทยา เวสต์ กัลฟ์ ริเวอร์ เซ็นเตอร์ ศูนย์บริการสภาพอากาศแห่งชาติ สหรัฐฯ กล่าวว่า การพยากรณ์ปริมาณน้ำต้องมีความสัมพันธ์กับการพยากรณ์อากาศ การคำนวณปริมาณน้ำในแม่น้ำ หรือน้ำบาดาล จำเป็นต้องมีข้อมูลจากเรดาห์ตรวจอากาศ ดาวเทียม สถานีวัดน้ำฝน และนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์อากาศมาประกอบการวิเคราะห์พยากรณ์สถานการณ์ล่วงหน้า และ แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนให้เตรียมพร้อมการรับมือภัยพิบัติต่างๆ ขณะที่หน่วยงาน ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับบริหารจัดการน้ำและประชาชนในชุมชนเสี่ยงภัยต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา เพราะหน่วยงานพยากรณ์มีหน้าที่พยากรณ์เตือนภัยเท่านั้น ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการน้ำ (ไทยรัฐ) ขอขอบคุณรัฐบาลโดยเฉพาะ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ออกทัวร์นกขมิ้น ไปยังจังหวัดที่เคยถูกน้ำท่วมและจังหวัดต้นน้ำ เพื่อตรวจสอบแผนปฏิบัติการเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม และ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลายรับคำติคำเตือนและ เร่งรัดจัดการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ขณะเดียวกัน ต้องขอขอบคุณนักวิชาการต่างๆ ที่ยังมีการประชุมมีการสัมมนาเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม หรือหากแก้ไม่ได้จะอยู่กับน้ำท่วมอย่างไรให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นระยะๆ(เหะหะพาที–ไทยรัฐ) การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำ ไม่ว่าจะลงทุนมากมายเพียงใด หากเฝ้าระวังไม่ดี ก็ท่วมหนัก แต่หากเฝ้าระวังให้ดีก็ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ เพราะปริมาณน้ำที่สามารถบริหารจัดการได้จริงมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น เมื่อถึงฤดูน้ำหลากของทุกปี น้ำจะต้องท่วมอยู่แล้ว ประชาชนจึงต้องติดตามข่าวสาร เฝ้าระวังตนเองและไม่ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ( www.pantip.com)
--------- ธนัตถ์ชวนันทน์ -------วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว
แหล่งที่มาข้อมูล: http://www.prbangkok.com/วิเคราะห์ข่าว/24071-การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำในฤดูฝน
|
<< ย้อนกลับ |
<< ย้อนกลับ |

.jpg)



จำนวนคนอ่าน 6732 คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
ไม่เห็นด้วย 0 คน
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
