ข่าวสารกรุงเทพฯ


                            กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับปัญหาการใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาในทางที่ไม่เหมาะสม โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้


สาระสำคัญ

                            1.  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวหลังประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2554 ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการสักภาพ (Tattoo) พระพุทธรูป และรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอื่นๆ บนร่างกายที่ จ.ภูเก็ต

ซึ่ง วธ. ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรม จ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยพบข้อมูลที่น่าวิตกว่าชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยส่วนใหญ่ให้ความสนใจมาสักรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พระพุทธรูป พระคเณศวร ไม้กางเขน ฯลฯ ตามร่างกาย เช่น แขน ขา ข้อเท้า หน้าอก เป็นต้น ซึ่งไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามในสังคมไทยและกระทบต่อความรู้สึกความศรัทธาต่อศาสนา นอกจากนี้ พบข้อมูลการให้บริการสักรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากและมีราคาสูงที่สุดถึง 20,000 บาท/ภาพ ซึ่งมีราคาสูงมากกว่ารูปอื่นๆ ทำให้ผู้ประกอบการนิยมให้บริการ ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเห็นว่าการสักรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงแฟชั่น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเคารพและอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์
 

                            ดังนั้น ที่ประชุมฯ จึงมีมติให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวให้ตรวจสอบสถานประกอบการสัก โดยห้ามให้บริการสักรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทุกศาสนาบนร่างกาย รวมทั้งให้ ผวจ. จัดประชุมชมรมผู้ประกอบการ เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้นำภาพทางศาสนามาให้บริการสักแก่ชาวต่างชาติ ขณะเดียวกัน วธ. จะจัดทำข้อควรระวังในการใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อป้องกันปัญหาการใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาในทางที่ไม่เหมาะสมเชิงพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนผู้ใช้บริการจะขอความร่วมมือให้ใช้ภาพอื่นๆ สักแทน (ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, มติชน, ข่าวสด)

2.  นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาการสักภาพพระพุทธรูปและรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอื่นบนร่างกาย วัฒนธรรมจังหวัดฯ อยู่ระหว่างทำรายงานแจ้งต่อ ผวจ. เนื่องจากก่อนหน้านี้ปลัด วธ. ได้หารือและแจ้งข้อมูลให้ ผวจ. รับทราบแล้ว เบื้องต้นได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ โดยจะเชิญผู้ประกอบการสักภาพและผู้ที่เกี่ยวข้องมารับทราบแนวทางปฏิบัติ คาดจะดำเนินการได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ (ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, มติชน, ข่าวสด)

 

ปัญหาอุปสรรค

                            1.  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วธ. ระบุที่ประชุมฯ เห็นว่าการสักประเภทนี้มีทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว เช่น ถนนข้าวสาร ตะวันนา จตุจักร เชียงใหม่ ภูเก็ต ดังนั้น จึงต้องช่วยกันควบคุมไม่ให้นำรูปที่มีผู้เคารพในทุกศาสนามาสักบนร่างกาย แม้กระทั่งการสักบนศีรษะ ใบหน้า เนื่องจากหากผู้ที่สัก  รูปศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ไปกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มสุรา ทะเลาะวิวาท ฯลฯ ภาพนั้นจะติดบุคคลไปด้วย ขณะเดียวกันบางศาสนาให้ความสำคัญกับการสักภาพที่ไม่เหมาะสมมาก หากพบเห็นจะถูกประณาม และไม่สามารถเดินออกจากร้านได้ แต่ต้องยอมรับข้อบังคับในประมวลกฎหมายอาญาของไทยยังไม่มีการบังคับในเรื่องนี้ (ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, มติชน, ข่าวสด)

                            2.  น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ระบุรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของบุคคลและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากมีการนำไปสักบนเรือนร่างจะไม่เหมาะสม เพราะร่างกายของคนจะต้องนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญหากพบเห็นการสักรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกลุ่มบุคคลที่ใช้เรือนร่างเป็นอาชีพ เช่น อาชีพขายบริการ นักเต้นอะโกโก้ ฯลฯ จะทำให้ความศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสื่อมถอยลงด้วย (ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, มติชน, ข่าวสด)

3.  นายวสันต์ พานิช คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า แม้กฎหมายปัจจุบันระบุห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการที่มีลักษณะเหยียดหยามต่อธงชาติ แต่สำหรับพระพุทธรูปซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความเชื่อทางศาสนานั้น ยังไม่มีการระบุห้ามแต่อย่างใด (ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, มติชน, ข่าวสด)

 

ข้อเสนอแนะ

                            1.  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วธ. กล่าวว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการควบคุมการสักรูปเคารพในศาสนา ซึ่งเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เพื่อขอความเห็นชอบในการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำสัญลักษณ์ทางศาสนามาใช้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป โดยจะเอาผิดทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ (ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, มติชน, ข่าวสด)

                            2.  นายวสันต์ พานิช คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า หากจะออกกฎหมายห้ามใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาในทางที่ไม่เหมาะสมเชิงพาณิชย์ ต้องระมัดระวังไม่ให้ละเมิดสิทธิเสรีภาพ หรือความเชื่อส่วนบุคคล เพราะคำว่า ‘เชิงพาณิชย์’ เป็นคำที่มีความหมายกว้างมาก (ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, มติชน, ข่าวสด)

 

-------- (มรรคชน...วิเคราะห์ข่าว. รายงาน)
แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.prbangkok.com/วิเคราะห์ข่าว/19207-ปัญหาการใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาในทางที่ไม่เหมาะสม
 

 

จำนวนคนอ่าน 13827 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister