ข่าวสารกรุงเทพฯ
กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 17 มิถุนายน 2554 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็น ของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับ การรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้
สาระสำคัญ • นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในพิธีเปิดงาน ‘วันไข้เลือดออกอาเซียน' (ASEAN Dengue Day) ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานทั่วโลกพบผู้ป่วย โรคไข้เลือดออกประมาณ 50 ล้านคน/ปี โดยผู้ป่วยราว 38 ล้านคน หรือร้อยละ 75 ของผู้ป่วยทั้งหมด อยู่ในประเทศแถบอาเซียน เนื่องจากเป็นสภาพพื้นที่ในแถบร้อนชื้น เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของลูกน้ำยุงลาย ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ที่ประชุมจึงมีมติกำหนดให้วันที่ 15 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันไข้เลือดออกอาเซียน โดยให้ทุกประเทศสมาชิกอาเชียน 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศไทยจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งเริ่มดำเนินการปีนี้เป็นปีแรกภายใต้หัวข้อ ‘เก็บให้เกลี้ยงไม่เลี้ยงยุงลาย' (Big Cleaning Day) ' โดยรณรงค์ 5 เก็บ ได้แก่ (1) เก็บขยะ เศษภาชนะขังน้ำ ( 2) เก็บกวาดบ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง (3) เก็บน้ำกินน้ำ ใช้ให้สะอาดมิดชิด (4) เก็บล้างภาชนะใส่น้ำ เพื่อขจัดไข่และลูกน้ำยุงลาย และ (5) เก็บแล้วรวย โดยการเก็บวัสดุรีไซเคิลไปจำหน่าย ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ สำหรับการรณรงค์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทย ในปีนี้ สธ. ได้ขยายเครือข่ายหน่วยงานร่วมจัดการปัญหาให้กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายยิ่งขึ้นร่วมกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กทม. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนา ผลักดัน ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง กระตุ้นให้ ทุกครอบครัวดูแลเอาใจใส่บ้านเรือน จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารให้เข้าถึงกลุ่มเสี่ยงมาก เชื่อมั่นจะสามารถจัดการกับปัญหาโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่อนำโดยแมลงอื่นๆ ได้อย่างดี (ไทยรัฐ, มติชน, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน) • นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่ผันแปรตามฤดูกาล พบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และพบสูงสุดประมาณเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม หลังจากนั้นจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ สธ. ได้วางมาตรการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ 3 มาตรการ ได้แก่ (1) เมื่อพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ให้โรงพยาบาลรายงานหน่วยงานที่รับผิดชอบทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง (2) หน่วยงานในพื้นที่ต้องดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับรายงานผู้ป่วย กำจัดลูกน้ำยุงลาย พ่นสารเคมีในบ้านผู้ป่วยและรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมี 100 เมตร และพ่นซ้ำหลังจากรอบแรกภายใน 7 วัน และ (3) ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันควบคุม โรคไข้เลือดออกในชุมชน (ไทยรัฐ, มติชน, ข่าวสด) • นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า ในเบื้องต้นกรณีที่พบการระบาดของโรคไข้เลือดออกเฉพาะพื้นที่ จะใช้มาตรการเฝ้าระวังหลักๆ คือ หากพบผู้ป่วยแล้ว หมู่บ้านต้องแจ้งให้หน่วยงานของ สธ.ทราบ โดยหน่วยงานหลักในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้เร่งตรวจสอบพื้นที่และแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบถึง การป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย (ไทยรัฐ, มติชน, ข่าวสด)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ • นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. ระบุ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของ 10 ประเทศอาเซียนในปี 2552 มีรายงานผู้ป่วยจำนวน 197,334 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็ก สำหรับประเทศไทย สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สธ. รายงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 7 มิถุนายน 2554 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม 14,526 ราย ภาคกลางมีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมา คือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้เสียชีวิตรวม 10 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ วัยเด็ก อายุ 10 - 14 ปี และ 5 - 9 ปี นอกจากนี้ มีแนวโน้มพบสูงขึ้นในกลุ่มอายุ 15 - 24 ปีด้วย (ไทยรัฐ, มติชน, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน) • นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า ยุงลายตัวเมีย เป็นต้นเหตุของโรคไข้เลือดออก ซึ่งยุงลายตัวเมีย 1 ตัว สามารถผลิตยุงรุ่นลูกได้ราว 500 ตัว หลังถูกยุงลาย ที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัดประมาณ 5 - 8 วัน จะเริ่มแสดงอาการป่วย โดยเริ่มจากมีไข้สูงกะทันหัน และมีไข้สูงติดต่อกัน 2 - 7 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการหน้าแดง ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีผื่น หรือจุดแดงๆ ขึ้นที่ใต้ผิวหนัง หลังจากนั้นไข้จะลง ผู้ป่วย ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 97 จะฟื้นตัวและหายเป็นปกติ โดยมี ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 3 จะเกิดอาการช็อก เนื่องจากมีเลือดออกในอวัยวะภายใน มีอาการซึม อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย และอาจเสียชีวิตได้ (ไทยรัฐ, มติชน, ข่าวสด) • นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า ได้รับรายงาน ขณะนี้พบชาวบ้านใน จ.อุตรดิตถ์ ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกจำนวน 6 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้ติดตามและเฝ้าระวังพื้นที่ดังกล่าวเป็นพิเศษ ส่วนกรณีพบผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการตรวจวินิจฉัย เพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สรุปภาพรวมทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – ปัจจุบัน มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกทั้งหมด 12 ราย โดยไม่รวม จ.อุตรดิตถ์ (ไทยรัฐ, มติชน, ข่าวสด)
ข้อเสนอแนะ • นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า ยาลดไข้ที่ห้ามใช้และเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยที่สงสัยโรคไข้เลือดออก ได้แก่ ยาแอสไพริน ส่วนยาพาราเซตามอลสามารถใช้ได้ (ไทยรัฐ, มติชน, ข่าวสด) • นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า การควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก หน่วยงานสาธารณสุขต้องสนับสนุนการแจกจ่ายสารในการกำจัดยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรค โดยต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง (ไทยรัฐ, มติชน, ข่าวสด)
---- -(ธนัตถ์ชวนันทน์ วิเคราะห์ข่าว)---- แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.prbangkok.com/บทความ/19499-การรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก |
<< ย้อนกลับ |
<< ย้อนกลับ |

.jpg)



จำนวนคนอ่าน 14536 คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
ไม่เห็นด้วย 0 คน
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
