ข่าวสารกรุงเทพฯ
กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2554 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็น ของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับ การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้
สาระสำคัญ • น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุมเพื่อหารือมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ได้รับทราบข้อมูลจากหน่วยงานและข้าราชการที่เกี่ยวข้องในทุกๆ ด้านแล้ว โดยเบื้องต้นได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ 3 ระดับ คือ (1) การแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด (2) ดูแลเรื่องการเยียวยาผู้ประสบภัย และ (3) ดูแลแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมา ส่วนหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ประสบภัยจะดำเนินการไปตามระเบียบเดิมก่อน (กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ, ข่าวสด, แนวหน้า) • นายชลิต ดำรงค์ศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ กรมชลประทาน กรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ให้รายงานสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยแสดงความเป็นห่วงประชาชนที่ประสบภัย จึงได้หารือต่อที่ประชุมเพื่อเตรียมลงสำรวจพื้นที่และตรวจตราสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเร็ว (ข่าวสด) • นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน กรมชลประทานเตรียมปรับแผน การระบายน้ำอีกครั้งในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนเข้าพระยาเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง โดยไม่ผันน้ำออกสู่ระบบชลประทานด้านตะวันตกและด้านตะวันออกดังเช่นในปัจจุบัน เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด รวมทั้งเพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ ตามแผนระบายน้ำข้างต้น จะทำให้มีน้ำในไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยากลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาทีอีกครั้ง จากปัจจุบัน 1,200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น และอาจส่งผลกระทบกับบางพื้นที่ใน จ.ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา และ จ.ปทุมธานี ซึ่งกรมชลประทานจะประสานงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวเตรียมการรับมือต่อไป ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ จะไม่ได้รับผลกระทบจากแผนการระบายน้ำดังกล่าว เพราะปริมาณน้ำยังน้อยกว่าที่ กทม. รับได้ ประมาณ 3,000 ลบ.ม./วินาที (ข่าวสด) • นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถ.ทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ปริมาณน้ำที่กรมชลประทานปล่อยผ่าน จ.ชัยนาท อยู่ที่ 1,265 ลบ.ม./วินาที คาดการณ์ระดับน้ำในวันที่ 10 สิงหาคม ทั้งมวลน้ำจากภาคเหนือ น้ำทะเลหนุน และฝนที่ตกรวมกันสูงสุดจะอยู่ที่เวลา 19.42 น. ในระดับ 94 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่แนวคันกั้นน้ำของ กทม.ยังสามารถรองรับได้ เนื่องจาก กทม. ได้สร้างแนวคันกั้นน้ำที่มีความสูงถึง 2.50 - 3 เมตร อีกยังได้เสริมกระสอบทรายในบริเวณที่ยังไม่มีแนวคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม (ข่าวสด, แนวหน้า, สำนักข่าวแห่งชาติ) • นายวิเชียร เปมานุกรรักษ์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 สาขานนทบุรี กล่าวว่า กรมชลประทานคาดการณ์ระหว่างวันที่ 12 - 15 สิงหาคม จะมีน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ประชาชนที่พักอาศัย ริมฝั่งแม่น้ำได้รับความเดือดร้อนจากเรือที่สัญจรผ่านขึ้น - ล่อง จึงกำหนดเขตควบคุมการเดินเรือ กำหนดความเร็วในการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาลำคลองต่างๆ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี ในช่วงระยะน้ำ มีระดับสูงกว่าปกติ จึงให้เรือเดินกลางแม่น้ำเจ้าพระยาและลดความเร็วของเรือ ไม่ให้คลื่นของเรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนทรัพย์สินของผู้อื่น หากผู้ควบคุมเรือฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 500 - 5,000 บาท และอาจถูกยึดประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือมีกำหนดไม่เกิน 6 เดือน (มติชน) • นาวาโทรชต ผกาฟุ้ง หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าสาขาอยุธยา กล่าวว่า แม้ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงและไหลแรง แต่ยังมีการเดินเรือบรรทุกสินค้าตามปกติ ซึ่งได้ประกาศให้เรือบรรทุกสินค้าลากจูงได้ขบวนละไม่เกิน 3 ลำ ต้องมีเรือยนต์ลากจูงหน้าและเรือยนต์ลากจูงโต่งท้ายทุกครั้ง หากต้องลอดผ่านสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทุกแห่ง เพื่อความปลอดภัยในการควบคุมขบวนเรือ และขอให้ลดความเร็วของการเดินเรือ เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นที่ซัดเข้ากระทบสองฝั่งแม่น้ำที่มีบ้านเรือนประชาชน (มติชน) • นายเจริญ ภัสสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำหลากในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคกลาง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กปน. จึงจัดเตรียมสารเคมีปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะสารส้มใช้แก้ปัญหาน้ำขุ่นและคลอรีน สำหรับฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งเตรียมปรับระบบการผลิตน้ำประปาให้เหมาะสมกับสภาวะน้ำหลาก และเตรียมเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตคุณภาพน้ำดิบ โดยกำหนดหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานเพื่อประสานงานเฝ้าระวังป้องกันน้ำท่วมคลองประปา รวมทั้งป้องกันแก้ปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อการผลิตและจ่ายน้ำประปา ตลอดจนให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน (มติชน)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ • นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รวม 22 จังหวัด 182 อำเภอ 1,122 ตำบล 8,646 หมู่บ้าน ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ สุโขทัย น่าน ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก ตาก นครสวรรค์ นครพนม อุดรธานี หนองคาย มุกดาหาร บึงกาฬ สกลนคร เลย เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ และอยุธยา ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 501,547 ครัวเรือน 1,371,137 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 217 หลัง พื้นที่การเกษตร คาดจะได้รับความเสียหาย 619,723 ไร่ ถนน 1,085 สาย ท่อระบายน้ำ 115 แห่ง ฝาย ทำนบ 20 แห่ง สะพาน คอสะพาน 72 แห่ง บ่อปลา บ่อกุ้ง 558 บ่อ ปศุสัตว์ 474 ตัว มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และสูญหาย 1 คนส่วน 13 จังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ได้แก่ น่าน ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย นครพนม อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีสถานการณ์ อุทกภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก ตาก นครสวรรค์ อยุธยา และ จ.มุกดาหาร รวม 60 อำเภอ 435 ตำบล 2,924 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 172,170 ครัวเรือน 411,585 คน (กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ, ข่าวสด, แนวหน้า) • นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เจ็บป่วยราว15,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคน้ำกัดเท้า ไข้หวัด และโรคผิวหนัง แต่ไม่พบโรคระบาดแต่อย่างใด ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 12 ราย สำหรับการดูแลด้านจิตใจ กรมสุขภาพจิตได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ประเมินปัญหาสุขภาพจิตผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลำพูน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย และ ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย จำนวน 748 ราย พบมีความเครียดสูง 51 ราย ซึมเศร้า 99 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 22 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องติดตามดูแลเป็นพิเศษรวม 52 ราย เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย (สยามรัฐ, แนวหน้า) • นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือยังมีฝนตกและ มีปริมาณน้ำในพื้นที่มาก เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมยังคงพาดผ่าน ซึ่ง กรมชลประทานคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า ร่องมรสุมดังกล่าวจะเคลื่อนตัวลงมายังบริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศ ประกอบกับใกล้ถึงฤดูฝนตามฤดูกาล ซึ่งจะทำให้แม่น้ำสายสำคัญทั้งแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน และแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ (ข่าวสด) • นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สนน. กล่าวว่า คาดการณ์ในเวลา 19.42 น. วันที่ 10 สิงหาคมระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นสูงสุด แต่ กทม.ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ 2.5 - 3 เมตร ในแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังจุดเสี่ยงที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ จำนวน 13 เขต 27 ชุมชน รวมประมาณ 1,200 ครัวเรือน อย่างใกล้ชิด (ข่าวสด, แนวหน้า, สำนักข่าวแห่งชาติ) • จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นกับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ในขณะนี้ อีกไม่นานจังหวัดในปริมณฑล และกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่มากขึ้น เพราะจากภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นด่านสุดท้ายของการรับน้ำจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ก่อนไหลลงสู่อ่าวไทย (กระจกไร้เงา – ไทยโพสต์)
ข้อเสนอแนะ • นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สนน. กล่าวว่า กทม.จะเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาถึง 1,290 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยปริมาณสะสมตั้งแต่ต้นปี - ปัจจุบัน มากกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ถึงร้อยละ 45.3 โดย กทม. ได้ ประสานความร่วมมือกับกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด (ข่าวสด, แนวหน้า, สำนักข่าวแห่งชาติ) • นายเจริญ ภัสสระ ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า กปน. ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันมีความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่ ซึ่งประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าการผลิตน้ำประปาของ กปน. เป็นไปตามมาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก (WHO) ทุกประการ (มติชน) • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งระดมความคิดเห็น เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะยิ่งนานวัน ปัญหาจะรุนแรงมากขึ้น (กระจกไร้เงา – ไทยโพสต์) • แม้น้ำก้อนใหญ่จากทางเหนือจะมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว ในวันที่ 10 สิงหาคมตามที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่กรมชลประทานยืนยันแผนการจัดการระบายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยใช้เขื่อนเจ้าพระยาและระบบชลประทานในการบริหารจัดการน้ำหลาก เพื่อรับน้ำส่วนหนึ่งเข้าระบบชลประทานที่พร่องน้ำไว้ และควบคุมน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ล้าน ลบ.ม./วินาที ด้วยการใช้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นตัวบริหารจัดการน้ำผันเข้าสู่ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้ระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง และสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเล อันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 13 - 15 สิงหาคม ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางด้วย ซึ่งจะเป็นเหตุให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาจึงกลายเป็นปัญหา ที่ กทม. ต้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะในถนน (แยกประชาชื่น – ข่าวสด)
---- ------ (ธนัตถ์ชวนันทน์.. วิเคราะห์ข่าว) |
<< ย้อนกลับ |
<< ย้อนกลับ |

.jpg)



จำนวนคนอ่าน 15628 คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
ไม่เห็นด้วย 0 คน
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
