ข่าวสารกรุงเทพฯ


                             กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 12 มกราคม 2555 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็น ของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับ แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และสถานการณ์ ปัญหาเด็กไทย โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้

 

แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

 

สาระสำคัญ

                             • นาย ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวในการประชุมทางวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครั้งที่ 2 ว่า ป.ป.ช. มีความมุ่งมั่นตั้งใจรณรงค์ต่อต้านการคอร์รัปชันในทุกระดับ รวมทั้งความพยายามทำงานสำคัญ ในระดับวิชาชีพชั้นสูง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ยอมรับบทบาทของ ป.ป.ช. เป็นเรื่องยากและ มีความท้าทาย ขณะที่สังคมจับตาตลอดเวลา จึงต้องทำให้มีความน่าเชื่อถือให้ได้ ซึ่ง ป.ป.ช. จะรักษาความสัตย์ซื่อ และขอให้สังคมไว้ใจ ป.ป.ช. ด้วย (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้, สยามรัฐ, ข่าวสด)

                             • นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่จะดำเนินการโดยปราศจากอคติ ซึ่งรัฐบาลตระหนักว่าปัญหาทุจริตเป็นภัยคุกคามที่มีผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น จะไม่ปล่อยให้มี การทำธุรกิจสีเทา หรือมีการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิด ขณะที่ รัฐบาลสัญญาจะต่อสู้กับภัยคอร์รัปชันด้วยความตั้งใจ จริงใจ และโปร่งใส รวมทั้งการให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ในการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน พร้อมทั้งสนับสนุนความร่วมมือ กับประชาคมโลกและกลุ่มวิชาชีพในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเต็มที่ (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้, สยามรัฐ, ข่าวสด)

                             • นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบูรณะที่จะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างมาก ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลเรื่อง ความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ขณะเดียวกันอีกไม่นานประเทศไทยจะเป็นประชาคมอาเซียน จึงต้องปรับปรุงการแข่งขันและปรับปรุงธรรมาภิบาลด้วย ซึ่งประเทศไทยมีความคืบหน้ามากในการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการแต่งตั้ง ป.ป.ช. รวมทั้งการออกกฎหมายองค์กรอิสระ และการให้สัตยาบรรณอนุสัญญาต่อต้านการคอร์รัปชันขององค์กรสหประชาชาติ ( UN )

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังต้องต่อสู้กับการคอร์รัปชัน เพราะยังเป็นปัญหาที่แพร่หลายและคาดปัญหาดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนก่อนหน้านี้ที่ที่ยอมรับการคอร์รัปชัน แต่มีประชาชนบางส่วนมุ่งหวังให้รัฐบาลกำจัดคอร์รัปชัน ทำให้เห็นว่ายังมีความขัดแย้งกันว่าสังคมไทยจะพัฒนาไปในรูปแบบใด (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้, สยามรัฐ, ข่าวสด)

 

                             • สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รายงานผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ระดมสมอง “ คนไทย ” แก้ “ ทุจริต ” คอร์รัปชัน พบใน มิติด้านอาชีพ ที่ประชาชนคิดว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นมาก คือ นักการเมือง ร้อยละ 42.96 รองลงมา ได้แก่ ข้าราชการ ร้อยละ 28.25 ตำรวจ ร้อยละ 16.37 พ่อค้าและนักธุรกิจ ร้อยละ 7.17 และนักการบัญชี การเงิน ร้อยละ 5.25 มิติด้านแนวทางปฏิบัติของการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น พบแนวทางปฏิบัติที่ประชาชนตอบมากที่สุด คือ ต้องปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตตั้งแต่วัยเยาว์ มีการรณรงค์ และสร้างค่านิยมที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ รองลงมา ได้แก่ มีกฎหมาย บทลงโทษที่เด็ดขาด หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเอกสาร หลักฐานต่างๆ มิติด้านองค์กร หรือหน่วยงาน ที่ประชาชนคิดว่าจะเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ สุจริตมากที่สุด คือ ครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ รองลงมา ได้แก่ สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะครูอาจารย์, ศาสนา และพระสงฆ์, ชุมชน โดยเฉพาะผู้นำ และทหาร ส่วน มิติด้านการมีบทบาทหน้าที่ในการป้องกันและ จัดการ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน พบสิ่งที่ประชาชนต้องการให้ภาครัฐมีบทบาทมากที่สุด คือ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เอาจริงเอาจัง เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรง ไม่ถูกแทรกแซง จากนักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพล รองลงมา ได้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ป.ป.ช., สตง. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ รวมทั้งมีกระบวนการดำเนินงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ขณะที่ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ต้องชัดเจน

สิ่งที่ประชาชนต้องการให้ ‘ ภาคประชาชน ' มีบทบาทมากที่สุด คือ คอยเป็นหูเป็นตา สอดส่อง ดูแลแทนเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นการทุจริตให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบทราบทันที รองลงมา ได้แก่ ผู้ใหญ่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เด็ก และจะต้องเริ่มต้นที่ ตัวเราเองก่อน รู้จักละอายและเกรงกลัวต่อบาป มีศีลธรรมในจิตใจ ไม่ติดสินบนเจ้าหน้าที่พนักงาน (สยามรัฐผลัดใบ–สยามรัฐ)

 

ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ

                             • นาย ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช. ตระหนักดีว่าการคอร์รัปชันเป็นการระบาดใหญ่ของสังคม โดยที่ประเทศไทยมีประสบการณ์จากเรื่องวินาศภัยและการเปลี่ยนสังคม ทั้งจาก การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีอยู่ทุกภาคส่วนในสังคม ที่ ผ่านมา แม้มีการรณรงค์ต่อสู้คอร์รัปชัน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าทำได้สำเร็จหรือไม่ ขณะที่โลกมีความแตกต่างกันมาก ซึ่งประเทศไทยก็มีความภาคภูมิใจที่มีระบบการปกครองที่ดีขึ้นจากในอดีต แต่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้นำมาสู่ความสำเร็จในการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งหลายประเทศการบริหารจัดการภาคสาธารณะ หรือแม้แต่ผู้เป็นมืออาชีพและเจ้าหน้าที่ภาครัฐยังมีการยึดติดตำแหน่งเพื่อรักษาประโยชน์ จนนำไปสู่การสูญเสีย ศีลธรรมและ ความซื่อสัตย์ (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้, สยามรัฐ, ข่าวสด)

                             • นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยยังต้องต่อสู้กับการคอร์รัปชัน ซึ่งสามารถแบ่งการคอร์รัปชันเป็น 4 ประเด็น ประกอบด้วย (1) การคอร์รัปชันมีความละเอียดซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่เป็นการติดสินบน หรือการขโมยเงินของรัฐ แต่ปัจจุบันมีรูปแบบซับซ้อนขึ้น นับตั้งแต่การกำหนดนโยบายจนถึงการปฏิบัติ ซึ่งเป็นนโยบายในภาพรวม โดยฝ่ายค้านกำลังจับตาเรื่องคูปอง สินค้าช่วยเหลือประชาชนและนโยบายช่วยเหลือน้ำท่วม (2) ขณะนี้ต้องไปไกลเกินกว่ามาตรการในระดับมหภาค ซึ่งใ นสังคมทุกระบบต้องวิเคราะห์กลไกว่าการคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้อย่างไร รวมทั้งต้องวิจัยข้อมูลเชิงลึกว่าการคอร์รัปชัน เกิดขึ้นได้อย่างไร จึงจะช่วยกำหนดมาตรการได้แม่นยำมากขึ้น (3) การจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ ที่พบการฮั้ว ในการประมูล รวมทั้งการกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม ทำให้ผู้ประมูลสามารถฮั้วกันได้ ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษาโครงการการจัดซื้อจัดจ้างที่มีเส้นสายโยงใยให้ผู้เข้าร่วมประมูลชนะการประมูล ซึ่งสามารถกำหนดได้ ว่าใครจะชนะการประมูล ทำให้เห็นชัดเจนว่าบทบาทของที่ปรึกษาโครงการเป็นการเปิดโอกาสให้มีการคอร์รัปชัน (4) ความจำเป็นในการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมต่อต้านการคอร์รัปชันมากขึ้นในทุกภาคส่วน (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้, สยามรัฐ, ข่าวสด)

 

                             • นาย ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ที่จัดทำประกาศ ป.ป.ช.เรื่องให้แสดงราคากลางและวิธีคิดโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐทุกโครงการไว้บนเว็บไซต์ เพื่อป้องกันปัญหาการฮั้วประมูล ได้พิจารณามติ ครม. ที่มีต่อเรื่องดังกล่าว ก่อนจะมีมติให้ทำรายงานเสนอต่อ ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ให้สอบถามความชัดเจนกลับไปยัง ครม.อีกครั้ง เนื่องจากมติดังกล่าวไม่มีความชัดเจน ว่ารัฐบาลจะให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามประกาศ ป.ป.ช.ดังกล่าวหรือไม่ เพราะเขียนไว้อย่างคลุมเครือ ระบุให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาว่าการปฏิบัติตามประกาศ ป.ป.ช.ดังกล่าวมีข้อขัดข้องหรือไม่ รวมทั้งให้แจ้งหน่วยงานอื่น ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามประกาศ ป.ป.ช. ไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เนื่องจากกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103/8 กำหนดไว้ชัดเจนให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการภายใน 180 วันนับแต่ ครม.เห็นชอบ แต่ขณะนี้ ครม.ไม่มีความชัดเจนว่าเห็นชอบแล้วหรือไม่ อีกทั้งระบุให้หน่วยงานอื่นที่มิใช่หน่วยงานรัฐปฏิบัติตาม (สยามรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ)

 

ข้อเสนอแนะ

                             • นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มท. กล่าวว่า ในปี 2015 สมาคม ประชาชาติอาเซียนจะเกิดขึ้น ดังนั้น จะต้องดูแลไม่ให้มีการทำธุรกิจที่ไม่โปร่งใส หรือการดำเนินการใดๆ ที่ทุจริต เพราะเป็นสิ่งที่เป็นมาตรฐานธรรมาภิบาลที่สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องปฏิบัติร่วมกัน (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้, สยามรัฐ, ข่าวสด)

                             • นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีการจัดอันดับนโยบาย หรือโครงการที่ตั้งขึ้นมานั้นเป็นมิตรกับการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ เช่นเดียวกับการจัดอันดับความเกี่ยวข้องในเรื่องต่างๆ เนื่องจากการจัดอันดับในลักษณะนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชันที่รากเหง้า หรือต้นเหตุ ซึ่งหากสามารถแก้ไขที่ต้นเหตุได้จะทำให้สามารถขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นได้อย่างสิ้นซาก ส่วนข้อกังวลเรื่องความรู้สึกเคยชินและยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันของประชาชน ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันสร้างทัศนคติ ให้เยาวชนรับรู้ว่าความคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจกลายเป็นปัญหาต่อประเทศในระยะยาว ซึ่งเป็น ประเด็นท้าทายที่ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้, สยามรัฐ, ข่าวสด)

                             • รศ. ดร. สุขุม เฉลยทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เรื่อง ‘ ระดมสมอง ' คนไทย ' แก้ ‘ ทุจริต คอร์รัปชั่น ' สามารถสะท้อนให้เห็นปัญหาคอร์รัปชั่นได้ในหลากหลายมิติ ตลอดจนทำให้สังคมไทยเกิดความตื่นตัวต่อปัญหาคอร์รัปชั่นอีกครั้ง และต้องยอมรับการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว และสถาบันการศึกษา เพราะเป็นสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชนให้มีทัศนคติ และแสดงออกถึงพฤติกรรมที่เหมาะสม ตลอดจนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน หากเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติต่อต้านและไม่ทุจริตคอร์รัปชันแล้ว ย่อมส่งผลให้"เมล็ดพันธุ์ของการทุจริตคอร์รัปชัน" ไม่สามารถขยายพันธุ์ ในสังคมไทยได้ในอนาคต

ขณะที่ ภาครัฐและนักการเมือง ถือเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญ ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงบทบาทหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ทั้งในรูปแบบของการออกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการปฏิบัติ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคม ส่วนภาคเอกชนและประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในการสอดส่องดูแล และการเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ หากพบเจอปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน (สยามรัฐผลัดใบ–สยามรัฐ)

 

 

สถานการณ์ปัญหาเด็กไทย

สาระสำคัญ

                             • นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการโครงการเด็กไทยโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าว ถึงสถานการณ์ปัญหาเด็กไทยว่า จากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย พบเด็กไทยมีปัญหาอย่างมากในด้านพัฒนาการทางร่างกายและสมอง ที่ต้องสมวัย และมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะอ้วนเตี้ย แคระแกร็นและผอมมากขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาโภชนาการของเด็กไทยที่ไม่สมวัย ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ไม่เหมาะสม ซึ่งไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต ทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อระดับสติปัญญา (ไอคิว) จึงจำเป็นที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญในการลงทุนด้านโภชนาการ เพื่อสร้างเด็กไทยที่มีคุณภาพ (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

                             • รศ. พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ นักวิจัยโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า จากรายงาน การสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย พ.ศ. 2551 – 2552 พบในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เด็กไทยยังมีปัญหาทางโภชนาการอยู่มาก ซึ่งจากการสำรวจเด็กกลุ่มอายุ 1 – 14 ปี พบมีภาวะเตี้ยกว่าเกณฑ์ร้อยละ 4.4 โดยกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี 18,000 คน คิดเป็นร้อยละ 2.4 มีภาวะเตี้ยแกร็นที่รุนแรง เสี่ยงต่อภาวะสติปัญญาต่ำ นอกจากนี้ ยังมีเด็กร้อยละ 4.1 มีน้ำหนัก น้อยกว่าเกณฑ์ที่เสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ หรือการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

                             • นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จาก ผลการสำรวจ สภาวะทันตสุขภาพของประเทศไทย พบเด็กอายุ 12 ปี เป็นโรคฟันผุร้อยละ 56 โดยมีสาเหตุจากการบริโภคแป้ง และน้ำตาลของเด็กที่มากถึงร้อยละ 80 (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

 

ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ

                             • นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการโครงการเด็กไทยโภชนาการสมวัย สสส. กล่าวว่า เด็กอายุ 1 – 3 ปี เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อในการเจริญเติบโต แต่ที่ผ่านมามีปัญหาโภชนาการมาก เพราะส่วนใหญ่ ไม่ค่อยยอมกินข้าว ได้รับแต่อาหารเหลวอย่างนม จึงเกิดปัญหาขาดสารอาหาร ขณะที่เด็ก 3 – 5 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ เริ่มเข้าโรงเรียน หรือศูนย์เด็กเล็กแล้วและรับประทานอาหารที่ศูนย์ แต่จากที่ได้ลงไปดูหลายแห่ง พบอาหารที่ทำให้เด็กรับประทานยังมีปัญหา มีคุณภาพต่ำ โปรตีน และวิตามินไม่เพียงพอ บางแห่งยังเน้นน้ำตาลและไขมัน รวมถึงอาหารว่างที่เป็นขนมกรุบกรอบ ส่วนเด็กที่อยู่ระหว่างชั้นประถมศึกษา (ป.) ปีที่ 1 – 6 จากการสำรวจมีปัญหา ด้านโภชนาการค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอาหารเช้า ซึ่งมีเด็กถึงร้อยละ 49 ที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าก่อนไปเรียน ทั้งที่เป็นมื้อสำคัญ เพราะจะช่วยให้เด็กมีสมาธิในการเรียน ขณะที่อาหารมื้อกลางวัน แม้โรงเรียนจะจัดให้เด็ก แต่จากการตรวจสอบ หลายแห่งพบไม่มีคุณภาพเพียงพอ เนื่องจากค่าอาหารกลางวันเด็กที่น้อยมาก โดยปัจจุบัน อยู่ที่ 13 บาท/หัวเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลจ่ายงบฯ ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทำให้งบประมาณ ถูกลดลงไปอีก เพราะบางท้องถิ่นยังไม่ได้รับโอนงบฯ ทั้งหมดตามการกระจายอำนาจ ทำให้มีการเฉลี่ยงบฯ เหลือเพียง 8 – 9 บาท/หัว ส่งผลให้เด็กไทยประสบปัญหาด้านโภชนาการและไอคิวต่ำ (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

                             • รศ. พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ นักวิจัยโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สวรส. กล่าวว่า ภาพรวมของเด็กทุกกลุ่มอายุ พบปัญหาภาวะโภชนาการเกินและอ้วนเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านภาวการณ์บริโภคอาหาร การออกกำลังกายที่ลดลง และจากภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก ผลข้างเคียงที่ตามมา คือ โรคแทรกซ้อน ซึ่งขณะนี้มีรายงานการพบภาวะเบาหวานที่ 2 ในเด็กมากขึ้น โดยอายุต่ำสุดพบเพียง 4 ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะเดิมไม่เคยมีรายงานและยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

                             • นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สธ. กล่าวว่า ส่วนใหญ่การจัดอาหารกลางวันเด็กจะเน้นอาหารประเภทขนมกรุบกรอบ ขนมหวาน และน้ำอัดลม ซึ่งอาหารเหล่านี้หากเด็กบริโภคมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โดยเฉพาะโรคฟันผุที่สามารถส่งผลได้ทันที หากไม่มีการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

                             • นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย สธ. กล่าวว่า น้ำอัดลมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิด ฟันกร่อนได้มากที่สุด เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบ คือ น้ำตาลกับน้ำ โดยน้ำอัดลม 1 กระป๋อง ขนาด 325 ซีซี มีปริมาณน้ำตาล 8 – 12 ช้อนชา เท่ากับน้ำตาลในลูกอม จำนวน 17 เม็ด ส่วนเยลลี่ 1 ถ้วยเล็ก จะมีปริมาณ น้ำตาล 26 กรัม หากกินรวมกันหลายอย่าง อาจทำให้เด็กได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการของร่างกาย และ เกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก ( WHO ) กำหนดว่าร่างกายควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัม/วัน หรือราว 6 ช้อนชา (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

ข้อเสนอแนะ

                             • นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการโครงการเด็กไทยโภชนาการสมวัย สสส. ระบุ การลงทุนทางโภชนาการเพื่อสร้างเด็กที่มีคุณภาพต้องเริ่มต้นตั้งแต่การตั้งครรภ์ โดยนอกจากแม่จะได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่แล้ว ยังต้องได้รับสารไอโอดีนและธาตุเหล็กที่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นเด็กจะมีไอคิวต่ำกว่าที่ควรจะเป็นและ เด็กทารกจำเป็นต้องกินน้ำนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน แต่ที่ผ่านมาพบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังต่ำมาก ทั้งนี้ หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว แม่ยังควรให้น้ำนมลูกต่อ เพราะมีสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ คุณภาพสารอาหารยังสูงอยู่และจำเป็นที่ต้องได้รับอาหารเสริม

ส่วนปัญหาอาหารกลางวันเด็ก ในเดือนมีนาคมนี้ สสส. จะเสนอต่อรัฐบาลให้เพิ่มค่าอาหารกลางวัน เด็กนักเรียนเป็น 15 – 18 บาท/หัว เพื่อเพิ่มคุณภาพอาหารกลางวัน ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น และต้องดึง อปท. ให้เห็นความสำคัญของการลงทุนสร้างเด็กด้วย (กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า)

                             • ผลจากการดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อลดน้ำตาลในครัวโรงเรียน ส่งผลดีทั้งด้านสุขภาพของเด็กและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของโรงเรียน ดังนั้น หากทุกฝ่ายช่วยกันรณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาลในเด็ก จะช่วยให้เยาวชนของชาติมีสุขภาพดีขึ้น

 

..........ธนัตถ์ชวนันทน์......วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว


แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.prbangkok.com/วิเคราะห์ข่าว/21949-แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน-และสถานการณ์-ปัญหาเด็กไทย

 

จำนวนคนอ่าน 12120 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister