ข่าวสารกรุงเทพฯ


                        (14 มี.ค. 55) นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ประธานคณะกรรมการวิสามัญติดตามและตรวจสอบมาตรการควบคุมความปลอดภัย อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมชนและโรงมหรสพในกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ รองประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพอาคารโรงแรมแกรนด์ ปาร์ค อเวนิว ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย , อาคารฟิกโก้ เพลส และอาคาร GMM Grammy เขตวัฒนา โดยมีผู้บริหารสำนักงานเขตและสถานีตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบร่วมให้ข้อมูล

ประธานคณะกรรมการฯ เปิดเผยภายหลังการลงตรวจพื้นที่ว่าสภาพอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ทั้งอาคารโรงแรมแกรนด์ ปาร์ค อเวนิว และอาคารฟิกโก้ เพลส ซึ่งเป็นอาคารสูงที่ก่อสร้างก่อนปี 2535 จากการตรวจสอบพบว่ายังขาดมาตรการความปลอดภัย อาทิ ระบบสปิงเกอร์ดับเพลิง ช่องบันไดหนีไฟ และระบบป้องกันสัญญาณเตือนภัย รวมทั้งระบบท่อส่งน้ำและช่องระบายอากาศ ภายในอาคารยังไม่ได้มาตรฐานตามหลักสากล นอกจากนี้ในส่วนของอาคารฟิโก้เพลส เขตวัฒนา ทางคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้เสนอแนะ สำนักงานเขตวัฒนาให้เร่งติดตั้งผ้าใบและนั่งร้านเพื่อป้องกันหากมีลมกันโชกและพายุฤดูร้อนทำให้เศษวัสดุและเศษกระจกที่อาจจะล่วงหล่นใส่ประชาชนที่สัญจรไปมาระหว่างด้านล่างตัวอาคารได้ นอกจากนี้ทางคณะกรรมการวิสามัญฯยังได้เข้าตรวจอาคาร GMM Grammy เขตวัฒนา พบว่าอาคารมีความพร้อมทั้งระบบป้องกันอัคคีภัย สัญญาเตือนภัย ช่องบันไดหนีไฟ รวมทั้งระบบหัวฉีดสปิงเกอร์ ยังใช้งานได้เป็นปรกติ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานสำหรับอาคารที่ก่อสร้างก่อนปี 2535 ที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญในระบบป้องกันอัคคีภัย รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าอาคารสูงที่ผ่านการตรวจสอบ ควรมีป้ายติดตั้งเพื่อรับรองถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ในระบบการป้องอัคคคีภัยภายในอาคาร ซึ่งจะทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในระบบความปลอดภัย อีกทั้งเจ้าของอาคาร ประเภทต่างๆควรแสดงความรับผิดชอบและเอาใจใส่ในระบบความปลอดภัยภายในอาคาร โดยทางคณะกรรมการวิสามัญฯ จะติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องอาคารสูงของสำนักงานเขตเพื่อเร่งให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญในการป้องกันอัคคีภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่เข้าพัก อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการวิสามัญฯจะนำข้อสังเกตต่างๆ ไปประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไป

                        ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวเพิ่มว่า สำหรับกรอบการพิจารณาจะติดตามตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยอาคารทุกประเภทในกรุงเทพมหานคร อาทิ อาคารสูง โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง รวมทั้งพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาข้อบกพร่องต่างๆ และอาจจะมีการเพิ่มการเก็บภาษีโรงเรือน ประเภทอาคารต่างๆ ทั้งนี้จะมีการเปิดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจาก ผู้ประกอบการและเจ้าของอาคาร โดยทางคณะกรรมการวิสามัญฯจะทำการลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารประเภทต่างๆและอาคารที่สร้าง ก่อนปี 2535 ทั้งนี้จะนำข้อสังเกตที่มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปรายงานต่อสภากรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาในมาตรการ ความปลอดภัยในอาคารสูงและการออกข้อบัญญัติควบคุมอาคารสูงในกทม. เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลง ทางกายภาพของสังคมเมือง ซึ่งจะสามารถทำให้อาคารต่างๆ มีการควบคุมและตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น

                        โดยขณะนี้ทางสำนักงานเขต 50 เขต จะทำการตรวจสอบอาคารประเภทต่างๆในพื้นที่ หากพบที่ไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และเข้าข่ายฝ่าฝืน ผู้ประกอบการและเจ้าของจะได้ความโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ปี 2535 ในส่วนของเจ้าของอาคารสูง ที่ก่อสร้างทั้งก่อนและหลังปี 2535 รวมถึงเจ้าของป้ายโฆษณา อาคารโรงมหรสพ สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า จะต้องยื่นใบขออนุญาต และแบบก่อสร้างกับทางสำนักงานเขตเพื่อให้เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ สำหรับเจ้าของอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ จะถูกดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 ส่วน ประกอบด้วย ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารว่า มีการดัดแปลงต่อเติมโครงสร้างหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายอาญาฐานประมาทเลินเล่อ และความผิดทางแพ่ง ฐานละเมิดเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
 

------------------ (ทีมข่าวสภากทม...กปส. รายงาน)

แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.prbangkok.com/2009-10-14-04-36-43/22746-สภากทม-ตรวจสอบอาคารสูงก่อนแก้ไขข้อบัญญัติ-ยกมาตรฐานความปลอดภัย

จำนวนคนอ่าน 10180 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister