ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าวจากหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและประชาชน ให้ความสำคัญกับ การตรวจสอบการต่อสัญญารถไฟฟ้า BTS และระบบคอมพิวเตอร์ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขัดข้องทั่วประเทศ โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้
• การตรวจสอบการต่อสัญญารถไฟฟ้า BTS
สาระสำคัญ • นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคฯ เข้า ยื่นหนังสือต่อนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงมหาดไทย (มท.) ภายหลังจากเดินทางไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( DSI ) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตั้งกรรมการตรวจสอบและระงับการต่อสัญญาว่าจ้างเดินรถไฟฟ้า BTS กรณี กทม. มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ( KT ) ต่อสัญญากับ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ( BTSC ) เพื่อว่าจ้างเดินรถอีก 13 ปี ทั้งที่อายุสัมปทานยังเหลืออีก 17 ปี เนื่องจากเห็นว่าการทำสัญญาจ้างผิดขั้นตอน ขัดต่อกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ทำให้ กทม. เสียประโยชน์หรือไม่ ขณะที่การปฏิบัติหน้าที่ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ (ข่าวสด, คม ชัด ลึก, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวแห่งชาติ, มติชน) • นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มท . กล่าวว่า จะเร่งหารือกับฝ่ายกฎหมาย ของ มท. ภายใน 1–2 วัน จากนั้นจะส่งเรื่องให้ กทม. ชี้แจงเบื้องต้น ก่อนนำคำชี้แจงมาวินิจฉัยอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และประโยชน์ของประชาชนเรื่องอัตราค่าโดยสาร (ข่าวสด, คม ชัด ลึก, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, เดลินิวส์) • นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถาม รมว.มท. ในการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร วันที่ 17 พฤษภาคม 2555 ถึงการต่อสัญญารถไฟฟ้า BTS ของ กทม. ในฐานะที่ มท. เป็นต้นสังกัด ของ กทม. ทราบเรื่องหรือไม่ และการทำสัญญาครั้งนี้เป็นการเลี่ยงการประกวดราคาหรือไม่ (โลกวันนี้, มติชน, ข่าวสด, คม ชัด ลึก, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวแห่งชาติ, เดลินิวส์) • นาย ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มท. กล่าวชี้แจงแทนนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มท. ระบุ กทม. เป็นหน่วยงานในการดูแลของ มท. ซึ่งการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มท. ให้อิสระอย่างเต็มที่ เพราะต้องการให้มีการพัฒนาเมืองด้านต่างๆ สู่ความสำเร็จ ซึ่งการสร้างรถไฟฟ้าเป็นเงินภาษีของประชาชนทั่วประเทศ แต่การ ก่อสร้างส่วนต่อขยายทั้งหมด มท. ไม่เคยทราบเรื่อง เพราะ กทม. ถือว่าตนเองเป็นเขตปกครองพิเศษ มีความเป็นอิสระ และอ้างถึงการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าสามารถทำได้
ส่วน เรื่องงบประมาณต่างๆ ไม่ว่า กทม. จะดำเนินการเรื่องใดที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จะต้องแจ้งมายัง มท. แต่ที่ผ่านมา กทม. กลับไม่ดำเนินการ ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง จึงขอนำเอกสารจากผู้ตั้งกระทู้ไปดำเนินการตรวจสอบ หากพบเป็นการดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย ในฐานะผู้ดูแล กทม. จะดำเนินการ อย่างเฉียบขาดต่อไป (โลกวันนี้, มติชน, ข่าวสด, คม ชัด ลึก, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวแห่งชาติ, เดลินิวส์)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ • นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุ สุดท้ายจะนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อศาลปกครอง แต่ต้องให้ มท.ตรวจสอบก่อน รวมถึงต้องรอขั้นตอนการสอบสวนของ DSI และ ป.ป.ช. หากผู้บริหาร กทม. ยังดำเนินการต่อ อาจต้องยื่นต่อศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราว ซึ่งตน ต้องการให้ ผว.กทม.รวมถึงหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาชี้แจงเรื่องนี้โดยเร็ว (ข่าวสด, คม ชัด ลึก, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวแห่งชาติ, มติชน) • นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุ สัญญาสัมปทาน ระหว่าง กทม. กับ BTSC ข้อ 27.1 ระบุหากบริษัทประสงค์จะขอให้ กทม. ขยายอายุสัญญาสัมปทานดังกล่าว บริษัทต้องแจ้งความประสงค์ ไปยัง กทม. ในเวลาไม่มากกว่า 5 ปี และไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนวันสิ้นสุดสัญญา และต้องได้รับการอนุมัติจาก รมว.มท. ก่อน แต่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการต่อสัญญาสัมปทาน ทั้งที่ยังไม่ครบระยะเวลาตามที่สัญญากำหนดไว้ ขณะเดียวกันการที่ กทม. มอบหมายให้ KT ในฐานะวิสาหกิจของ กทม. ทำสัญญากับ BTSC แทนการทำสัญญา โดยตรง เป็นการเลี่ยงเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) หรือไม่ และการต่อสัญญาจ้างดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อราคา ค่าโดยสารรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายอื่นๆ เช่น สายบางซื่อ–บางใหญ่, สายหมอชิต–สะพานใหม่ และ นโยบาย เดินทางทุกสายราคาเดียวจะทำได้จริงไม่ (โลกวันนี้, มติชน, ข่าวสด, คม ชัด ลึก, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวแห่งชาติ, เดลินิวส์, www.komchadluek.net ) • อัคคี กัมปนาท ระบุ การแก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยการพัสดุของ KT ทำให้สามารถใช้อำนาจตรง ในการลงนามสัญญาวิธีพิเศษ โดยไม่จำกัดวงเงิน และเป็นอำนาจของกรรมการผู้อำนวยการเป็นผู้กำหนดการ จัดการพัสดุ หรือการว่าจ้างได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะดำเนินการโดยวิธีการใด มีความโปร่งใสหรือไม่ ส่วนกรณี กทม. อ้างความไม่แน่นอน เพราะเกรงรัฐบาลจะนำส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต–สะพานใหม่ และช่วงแบริ่ง–สมุทรปราการ ไปดำเนินการเอง จึงต้องต่อสัญญาล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาถึง 17 ปี อาจไม่ใช่เหตุผลที่ดี ขณะเดียวกันเส้นทางเดินรถไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 สายเป็นส่วนต่อขยายเหมือนกัน แต่เหตุใด กทม. ไม่ต่อรองกับ BTSC ให้ราคาค่าโดยสารเหลือ 40 บาทเท่ากัน (สังเวียนการเมือง–บางกอกทูเดย์)
ข้อเสนอแนะ • กรณีการต่ออายุสัญญาการเดินรถไฟฟ้า BTS ระหว่าง บริษัท KT กับ BTSC อีก 13 ปี รวมมูลค่าสัญญา 2 แสนล้านบาท ท่ามกลางเสียงครหามีเรื่องผลประโยชน์และการทุจริต การตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน ย่อมถือว่าดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ (บทความ–บางกอกทูเดย์) • การต่ออายุสัญญาว่าจ้างการเดินรถไฟฟ้าของ กทม. เป็นอีกประเด็นที่ฝ่ายการเมืองและสังคม กำลังให้ความสนใจ เนื่องด้วยเป็นการต่อสัญญาล่วงหน้าทั้งที่สัญญาเดิมยังมีอายุเหลืออีกถึง 17 ปี อีกทั้งเป็นการ ทำสัญญาผ่าน KT ซึ่งเป็นวิสาหกิจลูกของ กทม. รับช่วงต่ออีกที ลำพังเพียงการทำหนังสือปกขาวเพื่อชี้แจงความโปร่งใสตามนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. อาจไม่เพียงพอ ดังนั้น หน่วยงานตรวจสอบ ทั้งภาครัฐ องค์กรอิสระ และองค์กรตุลาการ รวมทั้งภาคประชาชนต้องเข้ามาช่วยกันทำความจริงให้ปรากฏ และใช้กฎหมายลงโทษผู้ที่มีส่วนกับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกๆ โครงการ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะทำให้คนโกงไม่มีที่ยืนในสังคมนี้ได้ (มองรอบทิศ–เดลินิวส์) • ประชาชนต้องการทราบเหตุผลเหตุใดจึงต้องต่อสัญญากับ BTSC ไปอีก 13 ปี ทั้งที่เหลือระยะเวลาสัญญาอีก 17 ปี และชาวกรุงเทพฯ จะได้รับประโยชน์ในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ( www.pantip.com )
• ระบบคอมพิวเตอร์ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรขัดข้องทั่วประเทศ
สาระสำคัญ • นาย ธวัชชัย ธรรมรักษ์ ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2555 ระบบคอมพิวเตอร์ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง มท. ประสบปัญหาจากระบบที่ชำรุดทั่วประเทศ เนื่องจากใช้งานมานานกว่า 9 ปี เกินกว่าอายุการใช้งานทั่วไปที่อยู่ที่ 6 ปี ทำให้ขณะนี้สำนักงานเขตและที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศไม่สามารถให้บริการทำบัตรประชาชนและบริการทะเบียนราษฎรได้ ทั้งยังส่งผลถึงการจัดทำหนังสือเดินทางของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ได้ดำเนินการดึงข้อมูลสำรองจากคลังข้อมูลสำรองที่สำนักบริหารการทะเบียน สำนักบริการที่ 1 กรมการปกครอง วังไชยา มาใช้แทนคลังข้อมูลจากสำนักบริการที่ 2 กรมการปกครอง คลอง 9 ลำลูกกา ที่ชำรุด หาก สามารถดึงข้อมูลทั้งหมดมาได้สำเร็จภายในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ จะให้บริการได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม คลังข้อมูลสำรองที่สำนักบริการที่ 1 วังไชยา ก็มีอายุการใช้งานที่นาน 9 ปีเช่นเดียวกัน ทำให้ยังไม่มั่นใจจะสามารถดึงมาได้สำเร็จหรือไม่ ซึ่งสำนักบริหารการทะเบียนอยู่ระหว่างหารือ เพื่อหาทางออก (กรุงเทพธุรกิจ, พิมพ์ไทย, โพสต์ทูเดย์, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, แนวหน้า, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน) • นาย สุกิจ เจริญรัตนกุล อธิบดีกรมการปกครอง มท. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ทะเบียนราษฎรขัดข้องที่ศูนย์ข้อมูลสำนักทะเบียนราษฎร คลอง 9 ลำลูกกา โดยนำเครื่องสำรองที่อยู่ศูนย์ทะเบียนราษฎรนางเลิ้งไปติดตั้งแทน เนื่องจากระบบไม่สามารถเปิดเครื่องทดแทนได้ จากที่นางเลิ้ง จึงต้องขนย้ายไปเปลี่ยน คาดจะใช้เวลาในการแก้ปัญหาประมาณ 36 ชั่วโมง แต่ได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนเวลา 08.00 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 เพื่อเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติ (สำนักข่าวไทย) • นาย วิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบข้อมูล สำนักบริหารการทะเบียน กล่าวว่า สาเหตุที่ระบบไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ขัดข้อง เพราะเป็นเครื่องเก่าที่ใช้งานเกินกำหนดแล้วถึง 8 ปี จากปกติที่จะใช้งานเพียง 6 ปี แต่เกิดปัญหาในการทำสัญญาโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เพื่อให้บริการประชาชนด้านทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่มูลค่า 3,490 ล้านบาท ขณะนี้สำนักฯ ได้ใช้เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวมาเป็นเวลา 8 ปีแล้ว เบื้องต้นต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยจะย้ายระบบไปใช้เซิร์ฟเวอร์สำรองของสำนักบริการที่ 1 วังไชยา ซึ่งเดิมระบบที่วังไชยาจะใช้รองรับระบบของหน่วยงานราชการเท่านั้น เช่น การให้บริการออกหนังสือเดินทางของกรมการกงสุล หรือของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงประวัติอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่เมื่อเกิดข้อขัดข้องดังกล่าวจึงจำเป็นที่จะต้องถ่ายโอนระบบไปใช้เครื่องสำรองร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่จะตามมาจากการใช้เซิร์ฟเวอร์ร่วมกันคือ จะทำให้ระบบช้าลง เช่น การเปิดประวัติอาชญากร การตรวจสอบประวัติคนร้าย แต่ไม่ถึงขั้นกระทบกับความมั่นคงของประเทศ และ ในคืนวันที่ 17 พฤษภาคม ได้ถ่ายโอนอุปกรณ์และข้อมูลทั้งคืน เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชาชนได้ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ (มติชน, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน) • นาย ศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน (สปท.) สำนักปลัด กทม. กล่าวว่า กทม. ได้รับแจ้งเรื่องระบบงานทะเบียนราษฎรและงานบริการขัดข้อง ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้ จาก มท. เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 17 พฤษภาคม จึงได้มีหนังสือเวียนแจ้งสำนักงานเขต 50 เขต เพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบ (สำนักข่าวไทย, โพสต์ทูเดย์, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, แนวหน้า)
• น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT ) ระบุ ระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรขัดข้องเป็นความผิดพลาดของระบบฐานข้อมูลภายในกรมการปกครอง ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับระบบดาวเทียมแต่อย่างใด โดยขณะนี้ดาวเทียมทุกดวงที่เชื่อมโยงกับระบบการสื่อสารของไทยยังใช้งานได้ตามปกติ ( www.sanook.com) • นพ. โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ. ไม่ได้ใช้ระบบเรียลไทม์ในการอัพเดทข้อมูลผู้ป่วย หรือทำธุรกรรมของสถานบริการสาธารณสุข จึงไม่มีปัญหาใด ๆ ในการให้บริการ อีกทั้งการให้บริการของแต่ละสิทธิ แต่ละโรงพยาบาล มีศูนย์ข้อมูลแยกไว้ชัดเจนอยู่แล้ว จึงขอยืนยัน สธ. ไม่ได้รับผลกระทบ หรือปัญหาใด ๆ จากการล่มของระบบคอมพิวเตอร์ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร (เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ • นาย ธวัชชัย ธรรมรักษ์ ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง มท. กล่าวว่า ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเกิดขึ้นยืดเยื้อมานาน 3 – 4 ปีแล้ว จากที่มีผู้ตั้งข้อสังเกต มีการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างระบบคอมพิวเตอร์ในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้กรมฯ ยังไม่สามารถจัดหาเครื่องใหม่ได้และต้องซ่อมบำรุงไปตามอายุการใช้งานที่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถจัดหาอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงได้แล้ว ส่วน ขั้นตอนการจัดซื้อเครื่องใหม่เรื่องยังติดขั้นตอนทางกฎหมายอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ซึ่งต้องรอการชี้แจงจาก อสส. จะสามารถดำเนินการจัดซื้อต่อไปได้หรือไม่ (กรุงเทพธุรกิจ, พิมพ์ไทย, โพสต์ทูเดย์, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, แนวหน้า, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน) • นาย วิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบข้อมูล สำนักบริหารการทะเบียน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ไม่สามารถกู้ระบบที่ล่มได้ หรือเป็นที่เมนบอร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ ขณะที่ อะไหล่หายาก หรือไม่มีรุ่นที่สามารถเปลี่ยนแทนได้ ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองได้สั่งให้ใช้เซิร์ฟเวอร์ หรือแม่ข่ายสำรองที่ศูนย์บริการประชาชน วังไชยา (นางเลิ้ง) แทนไปก่อน ส่วนการจัดหาเครื่องใหม่อยู่ระหว่างดำเนินการ (มติชน, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน) • นาย มาลัยวรณ์ ตั้งอรุณสวัสดิ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี ระบุ ได้รับแจ้งว่าระบบเซิร์ฟเวอร์กลางของสำนักบริหารการทะเบียนขัดข้องมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 17 พฤษภาคม และไม่ทราบว่าจะดำเนินการแก้ไขเสร็จเมื่อไหร่ ซึ่งสร้างความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการพอสมควร โดยเฉพาะช่วงนี้ จ.อุดรธานี จะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสมาชิก อบจ. (ส.อบจ.) ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ทำให้มีประชาชนจำนวนมากมาทำบัตรและตรวจสอบทะเบียนบ้าน (คม ชัด ลึก) • จากที่สังเกต พบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งในสำนักงานเขตและที่ว่าการอำเภอมีสภาพเก่า ใช้โปรแกรมไม่ทันสมัย รวมทั้งยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับการใช้งาน ( www.sanook.com) • ระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเป็นสิ่งสำคัญมาก การที่ระบบดังกล่าวขัดข้องทั้งประเทศจึงเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้คือ ฝ่ายปฏิบัติการ ไม่ควรโทษที่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่เกิดจากการบริหารจัดการที่ควรมีการซ่อมบำรุงเป็นประจำ ( www.prachatalk.com ) • กรณีที่เกิดขึ้นอาจมาจากฝ่าย IT ผู้ดูแลระบบ ควรจะทราบและเปลี่ยนระบบใหม่ทุก 5 ปี หรือเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ใหม่ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ต้องเปิด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ บังคับให้ต้องทำ Back up ข้อมูล และทดสอบความคงอยู่ของข้อมูล ขณะที่ เซิร์ฟเวอร์ของ มท. เป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เก็บข้อมูลทะเบียนราษฎรและทะเบียนบัตรประชาชนที่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ จึงไม่ควรปล่อยให้เสียแล้วค่อยเปลี่ยน แต่ต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งานของเครื่อง ( www.kapook.com) • ไม่น่าเชื่อว่าระบบสำคัญเช่นนี้จะล่มได้ ขณะที่ หน่วยงานราชการไทยกลับไม่มีแผนสำรองฉุกเฉิน ( www.pantip.com )
ข้อเสนอแนะ • นาย ศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ผอ.สปท. สำนักปลัด กทม. ระบุระบบงานทะเบียนราษฎรรับผิดชอบโดยศูนย์บริหารการทะเบียน กรมการปกครอง มท. เป็นผู้ดูแลระบบทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่ง กทม. ประสานไปแล้ว ได้รับคำตอบยังไม่ทราบจะแก้ไขระบบแล้วเสร็จเมื่อใด ดังนั้น หากประชาชนจะเข้าไปใช้บริการควรติดต่อสอบถามไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ หรือสายด่วน กทม. 1555 ก่อน เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา (สำนักข่าวไทย, โพสต์ทูเดย์, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, แนวหน้า) • เหตุใดจึงไม่มีระบบสำรองฉุกเฉิน ทั้งที่เป็นข้อมูลสำคัญของประเทศ แต่กลับขาดการดูแล ขณะที่เครื่องมีอายุการใช้งาน และมีกำหนดเวลาเปลี่ยนชัดเจน จึงต้องมีการวางแผนล่วงหน้า นอกจากนี้ เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรขัดข้อง เจ้าหน้าที่ควรแจ้งผู้เข้ามาใช้บริการทราบทันที ไม่ใช่ให้ผู้มาใช้บริการต้องรอนานแล้วจึงแจ้งในภายหลัง ( www.kapook.com)
-------ธนัตถ์ชวนันทน์-------วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว แหล่งที่มาข้อมูล: http://www.prbangkok.com/วิเคราะห์ข่าว/23648-การตรวจสอบการต่อสัญญารถไฟฟ้า-BTS-และระบบคอมพิวเตอร์ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรขัดข้องทั่วประเทศ
|
<< ย้อนกลับ |
<< ย้อนกลับ |

.jpg)



จำนวนคนอ่าน 9285 คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
ไม่เห็นด้วย 0 คน
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
