(24 ต.ค.54) ที่ศาลาว่าการกทม. เวลา 10.30 น. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงการประเมินสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหา ภายหลังจาก กทม.ได้ออกประกาศกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 4 ให้พื้นที่ 6 เขต ได้แก่ เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม เสี่ยงได้รับผลกระทบเคลื่อนย้ายของขึ้นที่สูง เนื่องจากน้ำเหนือบริเวณรังสิต ปทุมธานี ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ พร้อมแนะประชาชนติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยในสัปดาห์นี้จะมีฝนตกตลอดสัปดาห์ ส่งผลให้กทม.ต้องทำการพร่องน้ำในคลองต่างๆ เพื่อรับกับปริมาณน้ำฝน และทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากหาก กทม.ไม่ได้ทำการพร่องน้ำไว้ จะใช้เวลาในการระบายน้ำเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เผย 3 มาตรการป้องกันพื้นที่สำคัญทั้งเขตพระราชฐาน สนามบินดอนเมือง และนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการป้องกันเขตพระราชฐานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องของ 6 เขตเสี่ยง โดยให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไข และหาแนวทางการป้องกันสนามบินดอนเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของศปภ. และศูนย์พักพิงให้สามารถเข้าออกพื้นที่สนามบินได้ เพราะศปภ.เป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขน้ำท่วมทั้งประเทศ โดยยืนยัน กทม.จะดูแล ศปภ.อย่างดีที่สุด และวันนี้ในช่วงเวลา 12.00 น. จะเดินทางไปยัง ศปภ.เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ร่วมกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วย นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันน้ำท่วม รวมถึงมาตรการป้องกันสารเคมีรั่วไหลหากเกิดน้ำท่วมร่วมกันด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการเสริมความแข็งแรงและความสูงของคันกั้นน้ำให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เชิญอาสาสมัครร่วมบรรจุทรายถนนกรุงเทพกรีฑา ทั้งนี้ ในการดำเนินการป้องกันพื้นที่แนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออก จะต้องใช้กระสอบทรายเป็นจำนวนมาก กทม.จึงขอเชิญชวนอาสาสมัครร่วมบรรจุกระสอบทราย ในวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.54) โดยมีจุดนัดพบที่ ถนนกรุงเทพกรีฑา ช่วงตัดถนนเจ้าคุณทหารกับถนนร่มเกล้า สรุปสถานการณ์น้ำล่าสุด สถานการณ์น้ำวันนี้ (24 ต.ค.54) เมื่อเวลา 07.00 น. ปริมาณฝนสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมงวัดได้ที่สำนักงานเขตทุ่งครุ 26 มิลลิเมตร คาดการณ์ฝนในวันนี้ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและพระราม 6 รวม 3,893 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 57 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำผ่าน อ.บางไทร 3,417 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลง 89 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่สถานการณ์น้ำทะเลจะหนุนสูงในวันนี้ เวลา 16.36 น. ที่ระดับ 1.01 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งกรมอุทกศาสตร์คาดการณ์ในเวลาเดียวกัน สูง 2.22 เมตรจากระดับ น้ำทะเลปานกลาง แต่ยังต่ำกว่าคันกั้น 58 เซนติเมตร สำหรับระดับน้ำในคลองสายต่างๆ อยู่ในระดับปกติ ในส่วนของคลองหกวาสายล่าง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 10 เซนติเมตร คลองเปรมประชากระดับน้ำสูงล้นตลิ่ง ขณะที่คลองทวีวัฒนาด้านนอก (ฝั่งนนทบุรี) เพิ่มขึ้น 7 ซม. นอกจากนี้ยังน้ำท่วมขัง ถ.สิรินธร น้ำท่วมขัง ถ.พหลโยธิน ถ.วิภาวดีรังสิต ถ.สายไหม ตั้งแต่วัดหนองใหญ่ถึง ซ.เพิ่มสิน และถ.แจ้งวัฒนะเป็นช่วงๆ จากคลองประประปาถึงคลองเปรม แนะ 6 เขตเสี่ยงย้ายของขึ้นที่สูง และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็ก คนชรา ไปยังศูนย์พักพิง เมื่อวานนี้ (23 ต.ค.54) เวลาประมาณ 23.30 น. ผู้ว่าฯ กทม. ได้ประกาศออกประกาศกรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 4 ว่า ขณะนี้น้ำเหนือบริเวณรังสิตปทุมธานีได้ไหลบ่าเข้ากรุงเทพมหานคร ทำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครมีระดับสูงขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งกทม.ได้ประเมินสถานการณ์แล้วพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบในเบื้องต้น ได้แก่ พื้นที่เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินมีค่า รถยนต์ และอื่นๆ ขึ้นที่สูง สำหรับผู้อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินขอให้ย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่กทม.เตรียมไว้ โดยเฉพาะผู้ป่วย เด็ก และคนชรา เป็นลำดับแรก พร้อมทั้งขอให้ ประชาชน และหน่วยงานของรัฐในกทม. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และติดตามการแถลงข่าวของกทม. ศปภ.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาของกทม. พร้อมทั้งให้ประสานการปฏิบัติกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอให้มั่นใจว่า กทม.จะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างสุดความสามารถ และจะร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แก้ไขสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันนี้ พร้อมทั้งระดมสรรพกำลัง หน่วยเคลื่อนที่เร็ว หน่วยฉุกเฉินและการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้น ศปภ.ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเวลาประมาณ 00.45 น. ว่า พร้อมให้การช่วยเหลือและสนับสนุนแนวทางปฏิบัติของกทม.เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างเต็มที่และใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ กทม.ประสานการปฏิบัติกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ รวมถึงการป้องกันและแก้ไข พื้นที่ด้านเหนือของกรุงเทพฯ บางพื้นที่ อาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ คลองเปรมประชากร บริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ระดับน้ำสูงใกล้ถึงขอบตลิ่ง เนื่องจากกทม.ได้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำเข้ามาในพื้นที่คันกั้นน้ำ ทำให้น้ำในคลองมีระดับที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำนักการระบายน้ำ กทม. ได้ทำการเร่งสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อควบคุมน้ำในคลองให้อยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก อีกทั้งดำเนินการเรียงแนวกระสอบทรายบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติด้านถนนวิภาวดีรังสิต และถนนพหลโยธิน เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ส่วนพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร มีน้ำท่วมขัง 88 จุด เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังโดยเฉพาะตามถนนและชุมชนที่ตั้งอยู่ริมคลองซึ่งมีระดับต่ำ อีกทั้งน้ำในคลองท่วมสูงจากน้ำเหนือและล้นแนวคันกั้นน้ำทำให้มีน้ำท่วมตามถนนและหมู่บ้านต่างๆ ประมาณ 15-35 เซนติเมตร โดยจุดที่มีพื้นที่น้ำท่วมขังมากที่สุดได้แก่ เขตหนองจอก ทั้งนี้จุดที่มีน้ำท่วมขังสูงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนที่ตั้งอยู่ริมคลอง เช่น แนวริมคลองสามวา ชุมชนวังตาหนวด ถนนประชาร่วมใจ โดยกทม.ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายเสร็จสิ้นแล้วทุกจุด ขณะที่ด้านตะวันตกของกรุงเทพมหานคร มีน้ำท่วมขัง จำนวน 8 จุด โดยเฉพาะตามถนนและชุมชนริมคลองมหาสวัสดิ์คลองบางกอกน้อย คลองภาษีเจริญ คลองทวีวัฒนา อีกทั้งมีการเร่งระบายน้ำจากจังหวัดนนทบุรี ออกสู่ทะเลทำให้ระดับน้ำในคลองวันนี้เอ่อล้นตลิ่ง กรณีน้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง เนื่องจากมีน้ำรั่วซึมแนวกระสอบทรายซึ่งทำเป็นแนวป้องกันชั่วคราวบริเวณต่างๆ อาทิ บริเวณสะพานพระราม 7 หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเกิดจากแนวป้องกันของบริษัท CPAC พัง 50-60 เซนติเมตร ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำ กทม.ได้ดำเนินการแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้บริเวณแยกบางกระบือ ถ.เขียวไข่กา ซึ่งเกิดจากรั้วโรงเรียนราชินีบนติดด้านแม่น้ำเจ้าพระยาพังทลาย ขณะนี้ได้แก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง ตรวจสอบข้อมูล และติดตามสถานการณ์น้ำจากทม.อย่างใกล้ชิด ประชาชนเข้าพักศูนย์พักพิงเพิ่มเป็น 3,671 คน และกทม.เปิดศูนย์เพิ่มเป็น 189 ศูนย์ ภายหลังจากกทม.ได้ประกาศพื้นที่เสี่ยงทั้งด้านพื้นที่ด้านเหนือและตะวันออกของกรุงเทพฯ ปรากฏว่ามีประชาชนได้เดินทางมาพักยังศูนย์พักพิงของกทม.อย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัย 3,671 คน ทั้งนี้ กทม.ได้เปิดศูนย์พักพิงรองรับประชาชนเพิ่มเติมเป็น 189 ศูนย์จากเดิม 171 ศูนย์ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่ให้การอนุเคราะห์สถานที่พักพิงเพิ่มเติม อาทิ โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 82 แห่ง ฐานทัพเรือ เขตบางกอกน้อย กองเรือเล็ก เขตบางกอกน้อย โรงเรียนโฆษิตสโมสร เขตบางกอกน้อย โรงเรียนวัดระฆัง เขตบางกอกน้อย โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง เขตบางกอกน้อย สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขตลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก – บางนา ซึ่งรวมแล้วสามารถรองรับประชาชนได้มากกว่า 65,000 คน จัดทีมดูแลผู้ป่วยพิเศษ ขณะเดียวกัน กทม.ได้จัดทีมแพทย์และพยาบาลเพื่อดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษและผู้ป่วยอยู่ในสถานพักพิงจำนวน 46 แห่ง ในพื้นที่ 7 เขต ได้แก่ ทวีวัฒนา ลาดกระบัง คลองสามวา สายไหม บางเขน จตุจักร หลักสี่ รวมจำนวน 443 คน โดยแบ่งเป็นผู้ต้องได้รับการดูแลพิเศษ เช่น ผู้พิการ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ บุคคลต่างด้าว ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยด้วยโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร ตาแดง อาการคันหรือมีผื่น เป็นต้น |
จำนวนคนอ่าน 13664 คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
ไม่เห็นด้วย 0 คน
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
