ข่าวเด่น ประเด็นร้อน


                           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา Save our Planet ครั้งที่ 5 และบรรยายพิเศษในหัวข้อ การรับมือของกรุงเทพมหานครจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี จัดโดย กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( BOI ) และนิตยสารอาเซี่ยน อัฟแฟร์ ( Asian Affairs ) เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข บรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในประเทศไทย โดยเน้น 3 ปัญหาหลัก ได้แก่ ดิน น้ำ อากาศ โดยมี นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.อรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายสราวุพ รอย ประธานและผู้บริหารนิตยสาร Asian Affairs ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมงาน

                           ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีปัญหาหลายด้านในการนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากในช่วงเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ไม่มีการวางผังเมืองล่วงหน้า ทำให้เมืองเจริญเติบโตอย่างไม่เป็นระบบและไม่มีระเบียบ อีกทั้งจำนวนประชาชนแฝงมากกว่า 4 ล้านคน ทำให้วางแผนพัฒนาด้านต่างๆ ในระยะยาวทำได้ยาก และการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน แบบรางเป็นไปอย่างล่าช้า คนส่วนใหญ่ยังใช้พาหนะส่วนตัวมากถึงร้อยละ 70 แทนบริการขนส่งสาธารณะ เป็นต้น ดังนั้นการพัฒนาเมือง ภายใต้ความกดดันทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปจะต้องประสานความร่วมมือกับรัฐบาลและจังหวัดปริมณฑล ในการจัดทำผังเมืองกรุงเทพฯ และจังหวัดโดยรอบให้เกิดความสมดุลพร้อมกับการพัฒนาพื้นที่ด้านต่างๆ อาทิ การกำหนดพื้นที่สีเขียว การสร้างพื้นที่สาธารณะ การบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการควบคุมและลดก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งการกำหนดนโยบายอยางชัดเจนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเมือง ด้านต่างๆ อย่างยั่งยืนต่อไป

                           ผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกมากถึง 40 ตันต่อปี และในปี 2555 อาจมีก๊าซเรือนกระจกเพิ่มสูงขึ้นถึง 45 ตันต่อปี ทั้งนี้กทม. มีแผนงานที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 15 ใน 5 ปี เช่น ส่งเสริม การใช้ระบบขนส่งมวลชน ส่งเสริมพลังงานทางเลือก การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเสีย การเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ยังเดินหน้า แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยเดินหน้าโครงการอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ หรืออุโมงค์ยักษ์ อีกทั้งบริหารจัดการ ระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกหนักและสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ อย่างไรก็ตาม ภารกิจในการพัฒนากรุงเทพฯ สู่ความยั่งยืนท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน ประชาชน และที่สำคัญจะต้องนำภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งมีอยู่แล้วแต่ถูกละเลย กลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เนื่องจากที่ผ่านมาวิธีการรับมือกับธรรมชาติที่มนุษย์ใช้คือการต่อสู้กับธรรมชาติ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์ไม่สามารถต่อสู้กับธรรมชาติไปตลอดกาลได้ ซึ่งในอีก 30 หรือ 50 ปี มนุษย์อาจจะไม่สามารถต่อสู้กับธรรมชาติได้ ดังนั้น จำเป็นต้องปรับวิธีการโดยจะต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ เช่น การปรับลักษณะที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม ดังเช่นในปัจจุบันกทม. มีโครงการก่อสร้างเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน บนผิวน้ำรวมพื้นที่กว่า 30 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในการปรับตัวเพื่อที่จะอยู่กับธรรมชาติให้ได้ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิธีการรับมือกับธรรมชาติรูปแบบหนึ่งในอนาคต
 

----------------- (ปาริชาติ...กปส. รายงาน)

แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.prbangkok.com/2009-10-14-04-34-29/21890-ผู้ว่าฯกทม-แจงการรับมือธรรมชาติ-ต้องใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและปรับตัวอยู่กับธรรมชาติให้ได้


 

จำนวนคนอ่าน 10218 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister