ข่าวเด่น ประเด็นร้อน



          (9 ก.พ. 55) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกล่าวต้อนรับผู้นำเมือง 7 เมืองในฐานะ เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับกรุงเทพมหานครซึ่งเข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม หัวข้อ “Urban Rehabilitation & Renewal” ในการจัดงานสัปดาห์ เมือง พี่เมืองน้อง Sister Cities Week 2012 ประกอบด้วย เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐ อินโดนีเซีย บูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมืองแต้จิ๋ว สาธารณรัฐประชาชนจีน และมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ และการบริหารจัดการเมืองก่อนและหลังการเกิดภัยพิบัติ ตลอดจนร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัยในอนาคต เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาเมือง กลับคืนสู่สีเขียว โดยมีนายอิศวร ปกมนตรี เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการประชุม และ ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนกรุงเทพมหานครเข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม ณ โรงแรม ดิ อิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท
 

 
          ผู้ว่าฯกทม. ชี้ต้องฟื้นฟูเมืองต่อเนื่อง ไม่ใช่หลังเหตุพิบัติภัยเท่านั้น
          ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า จากวิกฤตการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ดังนั้นการฟื้นฟูเมืองและพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งเพื่อให้เมืองกลับคืนสู่สภาพเดิม โดยเร็วที่สุด และไม่ใช่ดำเนินการฟื้นฟูภายหลังเกิดพิบัติภัยเท่านั้นแต่จะต้องดำเนินการฟื้นฟูเมืองอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา รวมถึงเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับภัยน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น ทั้งภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เนื่องจากเขตเมืองมีลักษณะแตกต่างจากชนบท หากละเลยและไม่เร่งฟื้นฟูภายหลังจากเกิดวิกฤตการณ์จะทำให้เมืองทรุดโทรม ส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตามในการจัดประชุมเมืองพี่เมืองน้อง ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่เมืองต่างๆ จะได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูจากเหตุพิบัติภัยของแต่ละเมือง เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของเมืองและจัดทำแผนและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
 
          ตั้งหน่วยงานถาวรแก้ปัญหาน้ำท่วม และประชาชนต้องปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำให้ได้
          ดร.วัลลภ สุวรรณดี กล่าวว่า กทม. ได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้อย่างมาก ซึ่งกทม. ตระหนักว่าจำเป็นยิ่งที่จะต้องมีหน่วยงานถาวรเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง เพื่อให้มีอำนาจสั่งการหน่วยงานต่างๆ ให้ดำเนินการ สอดคล้องและเป็นแนวทางเดียวกัน เนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละพื้นที่จะดูแลเฉพาะเขตรับผิดชอบของตนเอง และผลักดันน้ำหรือสูบน้ำ ไปสู่พื้นที่อื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในอนาคตกทม. อาจจะกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีน้ำท่วมเพื่อนำไปช่วยเหลือพื้นที่และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งการจ่ายเงินชดเชยให้ประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนในเส้นทางระบายน้ำด้วย อย่างไรก็ตามหลักสำคัญ คือ ประชาชนจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับน้ำ เพราะกรุงเทพฯ เป็นที่ลุ่มต่ำ ดังเช่นปัจจุบัน กทม. มีนโยบายจัดสร้างศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน ซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำบริเวณชายทะเลบางขุนเทียน เป็นต้น
 
          แนวทางฟื้นฟูเก่าเมืองปูซาน และแผนรับมือพิบัติภัยของฟูกูโอกะ
          นอกจากนี้ในการประชุมโต๊ะกลมครั้งนี้ เมืองต่างๆ ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ของแต่ละเมืองจากเหตุภัยพิบัติและการฟื้นฟูตนเอง ภายหลังวิกฤตการณ์ อาทิ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ได้ดำเนินโครงการฟื้นฟูเมือง Sanbokdoro ซึ่งเป็นเขตเมืองและย่านมรดก ทางวัฒนธรรมของปูซาน จากเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม รกร้าง และประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ปัจจุบันได้พัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์ สวยงาม จำกัดตึกสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ในส่วนของเมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบร้ายแรงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและน้ำท่วมหลายครั้ง โดยในปี 2003 เกิดน้ำท่วมใหญ่ใจกลางเมือง สาธารณูปโภค และรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งได้แก้ไขปัญหาโดยการเทแอสฟัลด์ให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำ แต่ยิ่งทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังมากขึ้น ท้ายที่สุด ได้สร้างอุโมงค์ใต้ดินเพื่อเป็นเส้นทางน้ำ รวมถึงขยายแม่น้ำให้กว้างขึ้นและลึกขึ้น นอกจากนี้ยังได้วางแผนพัฒนาเมืองโดยการผลักดัน ของประชาชนซึ่งทำให้เมืองฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญได้พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารโดยการส่งข้อความ ( sms ) ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษผ่านโทรศัพท์มือถือเตือนภัยพายุ สึนามิ รวมถึงแจ้งเส้นทางการอพยพ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนด้วย
 
 
          กวางโจวเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ประสบภัย จาการ์ตาพัฒนาแผนแม่บทสู้ภัยธรรมชาติ
          ด้านเมืองกวางโจว สาธารณรัฐจีน มีการยกเว้นภาษีเงินได้รวมถึงยกเว้นภาษีบางประเภทในเขตภัยพิบัติ และขึ้นภาษีในบางเขต เพื่อนำเงินมาฟื้นฟูเมืองและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งตั้งกองทุนฟื้นฟูทั้งระดับเมือง จังหวัด และมณฑล ตลอดจนผลักดันให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ประสบภัย โดยลดขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนเพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาประกอบการ นอกจากนี้รัฐบาลกลางได้เข้า มาช่วยเหลือด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัยด้วย ส่วนปัญหาน้ำท่วมกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีแม่น้ำไหลผ่านเมืองถึง 13 สาย และทางตอนเหนือของเมืองต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 1.7 เมตร และพื้นที่เขตเมืองยุบตัวปีละ 4 ซม. ซึ่งหากฝนตกหนัก อีกทั้งปัญหาน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมบ่อยครั้ง และจำเป็นต้องอพยพประชาชนกว่า 2 แสนคน ไปอยู่ในที่ปลอดภัย อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกด้วย ทั้งนี้ในช่วงแรกจาการ์ตายังไม่พร้อมต่อสู้กับภัยธรรมชาติ และไม่มีหน่วยงานถาวรเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เน้นให้ความสำคัญด้านสารสนเทศและข้อมูลข่าวสาร จากนั้นจึงได้จัด ทำแผนหลักในการป้องกันชายฝั่งทะเล จัดทำคลองเพื่อระบายน้ำ และพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเตือนภัย รวมไปถึงการแก้กฎหมายเพื่อให้มีการจัดคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น
 
          มะนิลาลดชุมชนแออัดสร้างชุมชนเมืองน่าอยู่ ส่วนแต้จิ๋วเน้นระบบกู้ภัยฉุกเฉิน
          สำหรับกรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีการพัฒนาเขตเมืองและฟื้นฟูแหล่งเสื่อมโทรม โดยการสร้างการเคหะที่อยู่อาศัย ให้เสร็จเพื่อโยกย้ายประชาชนในชุมชนแออัด ชุมชนใต้สะพาน หรือพื้นที่ที่มีการปิดกั้นทางน้ำ ซึ่งเป็นการพัฒนาสู่ความยั่งยืน ภายใต้กฎหมายและคำสั่งของประธานาธิบดี โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งนอกจากจะเป็นการป้องกันการปิดกั้น ทางน้ำแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย อาหาร และบริการทางสังคมที่จำเป็น หากพื้นที่ใดที่ถนนคับแคบและรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ จะมีการขอเวนคืนที่ดินพร้อมจ่ายค่าชดเชยให้กับประชาชน ตลอดจนมีการกำหนดผังเมืองและจัดโซนนิ่ง พื้นที่ต่างๆ อย่างเข้มงวดเพื่อให้เมืองสะอาด ขณะที่เมืองแต้จิ๋ว สาธารณรัฐจีน ได้มีมาตรการภู้ภัยฉุกเฉินอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยรัฐบาลได้จัดทีมกู้ภัยฉุกเฉิน พร้อมด้วยอาสาสมัครชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือพร้อมทั้งปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ในส่วนของบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี ซึ่งประสบภาวะน้ำท่วมเมืองครั้งล่าสุดเมื่อปี 2010 เห็นพ้องกับกรุงเทพฯ ว่าแม้จะย้ายเมืองไม่ได้ ก็จำเป็นต้องสร้างมาตรการรองรับเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับน้ำให้ได้ ทั้งนี้ บูดาเปสต์จะได้นำแนวทางของเมืองต่างๆ ไปปรับใช้ให้มีความเหมาะสมด้วย
 
          ที่ประชุมเห็นพ้องสร้างความเข้มแข็งทุกภาคส่วน ร่วมกันฟื้นฟูเมืองอย่างมีเป้าหมาย
          จากนั้นเวลา 15.45 น. รองผู้ว่าฯกทม. แถลงสรุปผลการประชุมโต๊ะกลมระหว่างผู้นำเมืองต่างๆ ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเมืองจากกรณีพิบัติภัย อาทิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด รวมถึงวิธีการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้า และ แก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งทุกเมืองเห็นพ้องกันว่า จะต้องสร้างความเข้มแข็งของเมืองทั้งในระดับชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น เพื่อร่วมกัน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งรัฐบาลจะต้องเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเข้ามาเป็นหลักสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งจะปล่อย ให้เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นหรือเมืองแก้ไขปัญหาตามลำพังไม่ได้ ที่สำคัญจำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน อย่างเคร่งครัด ไม่ให้มีการรุกล้ำที่ดินสาธารณะ ตลอดจนสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งจากประชาชน เอกชน และองค์กรเอกชน เพื่อการฟื้นฟูเมืองอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลักดันการทำงานสู่เป้าหมาย นอกจากนี้จะต้องให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนเพื่อให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุการเกิดพิบัติภัยรวมถึงวิธีการป้องกัน เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการที่จะดูแลและพัฒนาเมืองในอนาคต
          รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า ในการประชุมโต๊ะกลมครั้งนี้นับว่า กทม.ได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากได้มีการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์และภาพสะท้อนให้ของความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันผ่านพ้นวิกฤตทั้งในสภาวะปกติและวิกฤตการณ์ อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างมิติความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกเหนือจากความร่วมมือกับจังหวัดใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครและระดับรัฐบาล ซึ่งจะทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัย ตลอดจนการฟื้นฟูและพัฒนาเมืองมีความความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
 
------------------ (ปาริชาติ...กปส. รายงาน)
 
 
จำนวนคนอ่าน 11858 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister