ข่าวสารกรุงเทพฯ



 
          กทม. จับมือสมาคมทันตแพทย์เอกชนแห่งประเทศไทย และ สปสช. จัดมหกรรม “ยิ้มสดใสกับคนสองวัย” เดินหน้าส่งเสริม สนับสนุนการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กและผู้สูงอายุในพื้นที่ต่อเนื่อง ให้บริการตรวจฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟันฟรี 8 ก.ค. นี้ ที่สวนลุมพินี
          พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน มหกรรม “ยิ้มสดใสกับคนสองวัย” โดยมี ทพ.ทวีศักดิ์ สุธาธีรรัตน์ นายกสมาคมทันตแพทย์เอกชนแห่งประเทศไทย และ นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) ซึ่งกำหนดจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. 55 เวลา 09.00–15.00 น. ณ สโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งเมืองกรุงเทพมหานคร สวนลุมพินี เพื่อส่งเสริมความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีแก่ผู้สูงอายุ เด็กวัยเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์ โครงการยิ้มสดใสผู้สูงวัย กทม. ฟันดี ปีที่ 1 และโครงการยิ้มสดใสเด็ก กทม. ฟันดี ปี 7 เพื่อให้สามารถส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กและผู้สูงอายุได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยกิจกรรม อาทิ การบรรยายพิเศษเรื่อง “ฟันเด็ก ฟันผู้สูงวัย...เรื่องใกล้ตัวและหัวใจ” การเสวนาเรื่อง “อนาคต...ยิ้มสดใสกับคนสองวัย” การประกวดเด็ก และผู้สูงวัยสุดยอดฟันดี การแสดงของนักเรียนและผู้สูงอายุ ชมนิทรรศการให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี พร้อมรับบริการตรวจฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟันฟรี
          สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สมาคมทันตแพทย์เอกชนแห่งประเทศไทย และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการจัดโครงการยิ้มสดใสผู้สูงวัย กทม. ฟันดี ปีที่ 1 และโครงการยิ้มสดใส เด็ก กทม. ฟันดี ปีที่ 7 เพื่อให้บริการเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากทั้งการป้องกันโรค ยับยั้งความรุนแรงของโรค และสร้างเสริมสุขภาพช่องปากแก่ผู้สูงอายุและเด็กวัยเรียนในโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 -2 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยการรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก อาทิ การเคลือบหลุมร่องฟัน เคลือบฟลูออไรด์ ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน รักษารากฟันน้ำนม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงส่งเสริมความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุและเด็กวัยเรียนให้เกิดความเข้าใจและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากได้ถูกต้อง เหมาะสม นำไปสู่การมีสุขภาพช่องปากที่ดี
          ทั้งนี้จากการสำรวจสุขภาพช่องปากของคนไทย พบว่าเด็กอายุ 3 ปี เป็นช่วงที่ฟันน้ำนมขึ้นครบ 20 ซี่ หากไม่ได้รับการดูแล รักษาอย่างถูกวิธีจะมีอัตราการผุเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะอายุ 5–6 ปี เป็นช่วงที่พบว่า มีฟันน้ำนมผุสูงสุด มักก่อให้เกิดความเจ็บปวด ทำให้เด็กเคี้ยวอาหารไม่ได้ตามปกติ อาจส่งผลให้เด็กไม่ได้รับอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ซึ่งมีผลกระทบต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโต ของเด็กได้ ขณะเดียวกันวัยผู้สูงอายุก็เป็นวัยที่มักมีปัญหาสุขภาพช่องปากมากว่าวัยอื่น เนื่องจากเป็นวัยที่มีการสะสมของโรคฟันผุ และปริทันต์มานาน ทำให้มีการสูญเสียฟันหลายซี่ จึงจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เพื่อให้ผู้สูงอายุและเด็กในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสุขภาพช่องปากที่ดี และเป็นการช่วยลดปัญหาด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่อไป
 
------------------ (พัทธนันท์...กปส./อรวรรณ...สนอ. รายงาน)
 
จำนวนคนอ่าน 6322 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister