ข่าวสารกรุงเทพฯ


          กองประชาสัมพันธ์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว บทความ บทวิจารณ์ และคอลัมน์ต่างๆ จากหนังสือพิมพ์รายวัน ประจำวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 ปรากฏว่าการนำเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ให้ความสำคัญกับ การสร้างเสริมสุขภาพเพื่อการป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย โดยสรุปสาระสำคัญ ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ ดังนี้ สาระสำคัญ

          ทพ. กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมนานาชาติเรื่องการพัฒนานโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในกลุ่มเด็ก อายุ 0–5 ปี ในประเทศไทยว่า ประเทศไทยมีกลุ่มเด็กช่วงอายุ 0–5 ปี ทั้งสิ้น 4.8 ล้านคน จากข้อมูลโครงการศึกษาภาระโรคในประเทศไทยปี 2552 พบภาระโรค 3 อันดับแรกของเด็ก คือ ทารกน้ำหนักตัวน้อย ทารกได้รับอันตราย ระหว่างคลอด และโรคความผิดปกติของหัวใจ(กรุงเทพธุรกิจ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, มติชน, โพสต์ทูเดย์)

          พญ. ลัดดา เหมาะสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สุขภาวะเด็กอายุ 0–5 ปี ของประเทศไทยย้อนหลัง พบเด็กไทยยังมีปัญหาด้านสุขภาวะอยู่มาก โดยแยกเป็น 6 กลุ่มปัญหา อาทิ ภาวะความผิดปกติแต่กำเนิดธาลัสซีเมีย, ภาวะพร่องธัยรอยด์และกลุ่มอาการดาวน์, การพัฒนาการผิดปกติ, ภาวะพร่องโภชนาการและภาวะโภชนาการเกิน, ภาวะผิดปกติทางสายตาและการได้ยิน และการขาดคุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่มีแนวโน้มมากขึ้น ในปัจจุบัน(กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยโพสต์)

น.ส. จอมขวัญ โยธาสมุทร นักวิจัยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ กล่าวว่า จากปัญหาการตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งในปี 2554 พบมีจำนวน 100,000 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 7 ของจำนวนทารกที่เกิดใหม่ทั้งหมด และจากการทบทวนข้อมูลวิชาการในต่างประเทศพบว่า การตั้งครรภ์ในกลุ่ม วัยรุ่นที่ไม่มีความพร้อม อัตราการแท้งทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจยังอยู่ในสัดส่วน 1 : 1 จึงคาดการณ์ว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ในประเทศไทยจะมีการแท้งบุตรทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจอยู่ที่ประมาณ 100,000 คน/ปี โดยเท่ากับ อัตราการคลอด ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติสาธารณสุข พบ ในปี 2552 มีการคลอดของแม่วัยรุ่นประมาณ 123,000 คน คิดเป็นร้อยละ 16 ของการคลอดทั้งหมด โดยร้อยละ 80 เป็นการตั้งครรภ์แบบไม่ตั้งใจ และร้อยละ 30 นำไปสู่การทำแท้ง จากสถิติอัตราการตั้งครรภ์ของแม่วัยรุ่นเทียบกับการตั้งครรภ์และคลอดทั้งประเทศมีอัตราสูงถึงร้อยละ 70 ต่อประชาการ 1,000 คน หรือประมาณ 100,000 คน/ปี ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน มีอัตราส่วนของแม่วัยรุ่นเพียง 4–5 คนต่อประชากร 1,000 คน(กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยโพสต์)

          ดร. นพ. ยศ ตีระวัฒนานนท์ หัวหน้าโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ ( HITAP ) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ( IHPP ) กล่าวว่า โครงการอนาคตไทยเพื่อการสร้างเสริม สุขภาวะเด็กอายุ 0–5 ปี เป็นโครงการที่ช่วยพัฒนาเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ จะเริ่มดูแลกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เด็กเล็กเป็นต้นไป จากข้อบ่งชี้แสดงให้เห็นว่า เด็กไทยมีคุณภาพต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านและปัญหานี้มีแนวโน้ม ที่จะรุนแรงมากขึ้น อาทิ ปัญหาด้านการศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การที่จะดูแล สุขภาวะเด็กและเยาวชนอย่างได้ผล ต้องพิจารณาในภาพรวม เพื่อจะสามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กกลุ่มอายุ 0–5 ปี ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป(กรุงเทพธุรกิจ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, มติชน)

ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ

          พญ. ลัดดา เหมาะสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า สถิติการตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่พร้อม ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ที่ผ่านมา จากการรายงานของโรงพยาบาล พบสถิติหญิงตั้งครรภ์ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งปัญหานี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตัวแม่เอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อลูกที่คลอดด้วย เนื่องจากแม่ที่อายุน้อยทำให้ขาดวุฒิภาวะ ขาดการใส่ใจและดูแลครรภ์ที่ดีพอ ทำให้เด็กในครรภ์ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม(กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยโพสต์)

น.ส. จอมขวัญ โยธาสมุทร นักวิจัยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ กล่าวว่า การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และเด็ก เช่น ปัญหาการขาดอาหาร เพราะแม่วัยรุ่นมักเลือกรับประทานอาหาร กลัวอ้วน ดื่มสุรา สูบบุหรี่ และใช้ยาบางอย่างที่อาจมีผลต่อทารกในครรภ์ ประกอบกับ การเติบโตของกระดูกเชิงกรานยังไม่สมบูรณ์ ทำให้คลอดลำบาก จึงมีแนวโน้มที่ต้องผ่าคลอดเพิ่มขึ้น 4 เท่า และยังมีอัตราการคลอดก่อนกำหนดและเสียชีวิตของเด็กทารกที่สูง(กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยโพสต์)

          ดร. นพ. ยศ ตีระวัฒนานนท์ หัวหน้าโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) กล่าวว่า นอกจากปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ที่ส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กไทยแล้ว ยังมี ปัญหาที่ต้องดำเนินการอีก 5 เรื่อง คือ (1) การคัดกรองโรค ที่ควรคัดกรอง ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน โดยในกลุ่มนี้หากไม่ได้รับการรักษาภายใน 2 เดือนหลังคลอดจะมีภาวะปัญญาอ่อน เป็นโรคเอ๋อ และกลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งโรคนี้มีผลต่อความ ผิดปกติ ในการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ทั้งยังเป็นภาระที่ต้องดูแลในอนาคต (2) ปัญหาพร่องโภชนาการในเด็ก ส่วนหนึ่ง มาจากพ่อและแม่ที่เลี้ยงดูเองที่ขาดความรู้ (3) ปัญหาคุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ยังขาดการจัดการที่ดี โดยเฉพาะการสนับสนุนของงบประมาณที่ส่งผลต่อนมและอาหารกลางวันที่เด็กควรจะได้รับ (4) ปัญหาภาวะโภชนาการ เกินที่เด็กไทยรับประทานน้ำอัดลม ของทอด ขนมกรุบกรอบ ส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็กไทย (5) การเพิ่มพัฒนาการ ให้เด็ก 4 กลุ่ม สามารถช่วยเหลือและดูแลตนเองได้ ไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น ได้แก่ ภาวะปัญญาอ่อน โรคออทิสติก โรคสมาธิสั้น และภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ (กรุงเทพธุรกิจ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, มติชน)

ทพ. กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. ระบุ หากปล่อยปะละเลยการดูแลโรคในเด็กอายุ 0–5 ปี จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจมากกว่า 10,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งเป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องแก้ไขโดยเร็ว(กรุงเทพธุรกิจ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, มติชน, โพสต์ทูเดย์)

ผลการสำรวจพบเด็กไทยในปัจจุบันมีแนวโน้ม "ผอม อ้วน เตี้ย และโง่" เกือบครึ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใส่ใจเรื่องของโภชนาการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ เพราะหากเด็กที่ขาดการดูแลเอาใจใส่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้อย่างไร ขณะเดียวกันเด็กที่ขาดสารอาหารย่อมไม่สามารถดึงสมรรถภาพทางการเรียนรู้ออกมาได้อย่างเต็มที่ (รายงานพิเศษ–แนวหน้า)

          ปัญหาการทำแท้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของสตรี สิทธิของทารกที่อยู่ในครรภ์ ความเชื่อทางศาสนา รวมถึงคุณธรรม จริยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรมอันดีของสังคม (บทบรรณาธิการ–พิมพ์ไทย)

          สภาพความเป็นไปในปัจจุบัน ทุกคนต้องดิ้นรนแข่งขันกันหารายได้ จึงต้องละวางความใส่ใจ ต่อครอบครัว ส่งผลให้เด็กและเยาวชนหลงเดินทางผิด ใช้ชีวิตอย่างไร้แบบแผน ทั้งการมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนวัยอันควร เยาวชนชายตกเป็นทาสการพนัน ขาดเงิน และหาทางออกผิดๆ จนต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ขณะที่ปัญหาที่จะยั่วยุ หรือฉุดรั้งให้เด็กและเยาวชนหลงไปในทางผิดมีมากมายรอบตัว แม้ทางราชการจะให้ความสำคัญ รณรงค์ห้ามปราม สืบสวนจับกุมดำเนินคดีผู้จัดให้เล่นพนัน แต่เป็นเพียงการจัดการที่ปลายเหตุ (บทบรรณาธิการ–เดลินิวส์)

ข้อเสนอแนะ

          พญ. ลัดดา เหมาะสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ความไม่พร้อมของแม่ ส่งผลให้บางครั้งมีการคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักตัวน้อย และอาจส่งผลต่อด้านพัฒนาการ ตามมา ซึ่งปัญหานี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข โดยต้องมีมาตรการจัดทำแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขทัศนคติในกลุ่มวัยรุ่น ทั้งนี้ ในต่างประเทศให้ความสำคัญกับปัญหาการตั้งครรภ์ ไม่พร้อมอย่างมาก ขณะที่ ประเทศไทยมีการดำเนินการอยู่มากและในหลายหน่วยงาน แต่สิ่งที่ขาดคือ การประสานงาน เพื่อทำงานร่วมกัน ซึ่งหากเป็นไปได้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรเน้นงานการแก้ไขปัญหาสังคม เพราะการพัฒนาการเด็กไทยเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของประเทศ จึงควรใช้โอกาสในการทำงานด้านนี้ด้วยตนเอง (กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยโพสต์)

          ดร. นพ. ยศ ตีระวัฒนานนท์ หัวหน้าโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) ระบุ ประเทศไทยควรมีนโยบายคัดกรองเพื่อแก้ไขภาวะผิดปกติทางสายตาและการได้ยิน เพราะหากไม่แก้ไขจะส่งผลต่อการศึกษา การประกอบอาชีพ ในอนาคต และคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าเด็กแรกเกิดอายุ 0–5 ปี จะมีความผิดปกติการได้ยิน ประมาณ 4 แสนคน ส่วนความผิดปกติด้านสายตาประมาณ 2 แสนคน ขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีเด็กแรกเกิด 0–5 ปี ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านพัฒนาการประมาณ 4 แสนคน หรือร้อยละ 5 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมียารักษาให้หายได้ จึงควรมีมาตรการแก้ไขปัญหาให้เด็กกลุ่มนี้จะได้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ (กรุงเทพธุรกิจ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, มติชน)

          ทพ. กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากร บุคคลที่สำคัญ โดยเฉพาะเด็กในช่วงปฐมวัย 0-5 ปี เพราะใน อนาคตเด็กเล็กจะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีองค์ความรู้ที่จะนำไปสู่นโยบายที่สามารถนำไปดูแลในอนาคต จึงมีข้อเสนอ 6 ข้อ ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสุขภาวะของเด็กไทย 6 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ (1) การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมจากมารดาที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี ทำให้เกิดการแท้ง และทารกตายในครรภ์ (2) ภาวะความผิดปกติแต่กำเนิด ได้แก่ กลุ่มอาการดาวน์ ธาลัสซีเมีย และภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน (3) พัฒนาการผิดปกติ ในเรื่องระดับความฉลาดทางสติปัญญา ( IQ ) ในเด็กต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (4) ภาวะพร่องโภชนาการและภาวะโภชนาการเกิน อันเป็นสาเหตุของภาวะเด็กน้ำหนักน้อย และส่วนสูงต่ำกว่ามาตรฐาน (5) ภาวะผิดปกติทางสายตาและการได้ยิน และ (6) การขาดคุณภาพของศูนย์ พัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นแนวทางขับเคลื่อน สร้างช่องทางและวิธีการทำงานในแบบใหม่จากทุกฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป (กรุงเทพธุรกิจ, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน, มติชน, โพสต์ทูเดย์)

          นาย สง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย กล่าวว่า ได้ศึกษานวัตกรรมที่จะทำให้เด็กไทยพ้นจากภาวะด้อยโภชนาการและมีร่างกายแข็งแรงจากเมนูอาหาร ที่อุดมด้วยไปคุณค่า ประกอบด้วย 5 ชุดการเรียนรู้ ซึ่งจะนำไปทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่องประมาณ 300 โรงเรียน ใน 9 จังหวัด โดยจะเริ่มทดลองในปีการศึกษาที่ 2 หลังจากนั้นจะนำผลการดำเนินงานมาถอดบทเรียนและสรุปผล จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพัฒนาพฤติกรรมโภชนาการของเด็กวัยเรียนในกลางปี 2555 ต่อกระทรวง ศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับให้เป็นนโยบายของชาติต่อไป (รายงานพิเศษ–แนวหน้า)

          ปุณยวีร์ เมฆประพันธ์ อาจารย์โรงเรียนประชาอุทิศ (จันทาบอนุสรณ์) กล่าวว่า การเจริญเติบโตของเด็กมีความสำคัญอย่างมากทั้งทางสมองและทางร่างกาย ซึ่งมาจากการมีโภชนาการที่ดี และมีภาวะโภชนาการที่สมวัย (รายงานพิเศษ–แนวหน้า)

          ปัญหาการทำแท้งควรแก้ไขด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และ การวางแผนครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ตลอดจน การให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตั้งครรภ์ โดยไม่พร้อม และการควบคุมโดยบังคับใช้กฎหมายกฎระเบียบต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างจริงจัง แม้เป็นเพียง ปลายทางของปัญหาการทำแท้ง หากได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบควบคู่ไปกับการป้องกันและปราบปรามจะสามารถแก้ไขปัญหาการทำแท้งได้อย่างเป็นรูปธรรม (บทบรรณาธิการ–พิมพ์ไทย)

 

.........พวงเพ็ญ.....(วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว)

แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.prbangkok.com/วิเคราะห์ข่าว/22566-กองประชาสัมพันธ์-ได้วิเคราะห์สถานการณ์ข่าว-บทความ-บทวิจารณ์-และคอลัมน์ต่างๆ-จากหนังสือพิมพ์รายวัน-ประจำวันที่-29-กุมภาพันธ์-2555

จำนวนคนอ่าน 10103 คน

คุณเห็นด้วยหรือไม่

Login

จำนวนคนโหวต 0 คน

เห็นด้วย 0 คน

0.00%

ไม่เห็นด้วย 0 คน

0.00%

 แสดงความคิดเห็น

** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ LoginRegister