image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน

 กทม. จับมือสภาอุตสาหกรรมฯ และภาคีเครือข่าย ลดขยะพลาสติก นำร่องเขตคลองเตย

           (21 ก.ย. 61) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน พื้นที่นำร่องเขตคลองเตย ระยะที่ 1 โดยมี นางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นางอัจฉราวดี ชัยสุวิรัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย นายณรงค์ บุณยสงวน ผู้อำนวยการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นายภราดร จุลชาต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กรบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด นางณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาดบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด นายปทุม วัฒนาเอี๊ยบพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการกลาง การยาสูบแห่งประเทศไทย Mrs.Sabreena Jacob ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเม้นต์ สุขุมวิท พาร์ค สุขุมวิท 24 นางกรชนก ปัทมดิลก ผู้อำนวยการฝ่ายขาย โรงแรมโอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 24 และนายธนชรรณ จรุงรักษ์ ผู้จัดการอาคาร บริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)

           จากข้อมูลกรมควบคุมมลพิษที่ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลกที่มีปัญหาขยะในทะเล ซึ่ง 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลของประเทศไทย มีขยะประมาณ 11.47 ล้านตัน แบ่งเป็นขยะพลาสติก 340,000 ตัน มีการกำจัดอย่างถูกต้อง 6.89 ล้านตัน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 3.02 ล้านตัน โดยขยะที่กำจัดไม่ถูกต้อง 1.55 ล้านตันนั้น มีโอกาสปนเปื้อนลงสู่ทะเลได้ ตลอดจนส่งผลเสียต่อระบบนิเวศทางทะเลโดยรวมและสัตว์ กรุงเทพมหานครตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาชิกองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561 ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมโลก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน จากข้อตกลงดังกล่าว กรุงเทพมหานครโดยสำนักสิ่งแวดล้อมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่าย กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมและขยายผลการประกาศเจตนารมณ์ ตามโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน โดยคัดเลือกเขตคลองเตยเป็นเขตนำร่องในการดำเนินการ เนื่องจากมีความพร้อมในการบริหารจัดการ สามารถลดปริมาณขยะได้เป็นอันดับ 1 ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการในระยะแรก จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม การยาสูบแห่งประเทศไทย โรงแรมแมริออท สุขุมวิท 24 โรงแรม โอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 24 และอาคารไวท์ กรุ๊ป ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคเอกชนในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาขยะพลาสติก และพัฒนาระบบการจัดการขยะที่ดี ส่งเสริมการลดและคัดแยกขยะที่แหล่งกำเนิดตามหลักการ 3Rs เพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครสีเขียวที่มีความสะอาด สวยงาม น่าอยู่ อย่างยั่งยืน

 

          ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะกว่า 10,700 ตันต่อวัน โดยมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนเมือง ตลอดจนค่านิยมในการบริโภคสินค้าที่เน้นรูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย สะดวกสบาย ซึ่งมักเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติก จึงทำให้ปริมาณขยะมีเพิ่มมากขึ้น และเกิดปัญหาย่อยสลายได้ยาก ใช้เวลานาน และกรุงเทพมหานครต้องใช้งบประมาณ ในการจัดเก็บและกำจัดขยะกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กรุงเทพมหานครต้องเพิ่มการบริหารจัดการขยะมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ขยะตกค้าง ทั้งนี้ การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ในการลดการใช้วัสดุแบบใช้แล้วทิ้ง ส่งเสริมการใช้ซ้ำ เผยแพร่ความเข้ารู้ความเข้าใจการแยกขยะอย่างถูกต้อง การนำขยะกลับมาใช้ใหม่ และการปลูกฝังการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับโลก เพื่อให้เกิดการผลักดันความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมจึงได้จัดให้มีการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ขึ้น ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าในการดำเนินการเพื่อลดปริมารขยะอันเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เพื่อให้ระบบการลดและคัดแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและกรุงเทพมหานครจะได้นำตัวอย่างจากเขตคลองเตยไปเป็นต้นแบบที่มีประสิทธิภาพให้แก่เขตอื่นๆต่อไป


----------------------- (ชลธิชา/พัทธนันท์ สปส.กทม. รายงาน)