image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน

 สัปดาห์รณรงค์คัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย ปี 61


 


                (5 ก.ค. 61) เวลา 14.30 น. พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวความร่วมมือสัปดาห์รณรงค์คัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย ปี 61 ภายใต้ชื่องาน “พัฒนาเด็กปฐมวัย พัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เม.ย. 58 ที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 58 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน พล.ต.ชาญชัย ติกขะปัญโญ กรมการแพทย์ทหารบก ร่วมการแถลงข่าว ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ เขตบึงกุ่ม
 

 

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เม.ย. 58 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 58 - 31 มี.ค. 61 และได้ขยายโครงการต่ออีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 61 - 31 มี.ค. 64 โดยการบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร รวมถึงองค์กรหลักที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนนโยบายเด็กปฐมวัยไปสู่การปฏิบัติให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย มุ่งเน้นการเฝ้าระวังส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี โดยมีเป้าหมายให้เด็กไทยทุกคนได้รับการส่งเสริมพัฒนาการที่ถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกเกิด รวมถึงมีมาตรฐานอย่างเท่าเทียมจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน   
   
สำหรับผลการดำเนินงานโครงการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดคือสามารถช่วยเหลือเด็กที่ขาดโอกาส ให้ได้รับโอกาสในการส่งเสริมพัฒนาการจำนวนกว่า 3 แสนคน โดยผลการดำเนินงานในปัจจุบันพบว่า ความครอบคลุมร้อยละ 79.2 มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ 20.5 และติดตามร้อยละ 80.3 สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพัฒนาการในกลุ่มพ่อแม่และผู้ปกครอง ให้สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมทั้งนำเด็กเข้ารับบริการตรวจคัดกรองตามนัดหมาย ซึ่งหากพบเด็กสงสัยล่าช้าหรือมีความผิดปกติสามารถให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการรับรู้ข้อมูลอย่างทั่วถึง กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ หนังสั้นพัฒนาการเด็กเรื่อง “อิ่มอุ่น” และ info-graphic 4 เรื่อง ประกอบด้วย การกิน การนอน การป้องกัน การติดสื่อ และการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และสังคม เพื่อสร้างเสริมความรู้ในการเลี้ยงดูลูกที่เหมาะสม สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย โดยการรณรงค์ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดที่สำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการเด็กคือ “พูดคุยกับลูกบ่อยๆ อย่าปล่อยให้มือถือหรือทีวีเลี้ยงแทน” 
 
พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ร่วมกับสำนักพัฒนาสังคมและสำนักการแพทย์ ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังปัญหาพัฒนาการและช่วยเหลือเด็กให้ได้รับการพัฒนาตามวัยอย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และมีพัฒนาการที่ดีที่สุดตามศักยภาพเด็กผ่านกระบวนการเฝ้าระวัง คัดกรอง ประเมิน และส่งเสริมการดำเนินงานเชิงรับในศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่ง เชิงรุกในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนและชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต อีกทั้งยังมีการพัฒนาเครือข่ายการบริการที่เชื่อมโยงการดูแลส่งเสริมพัฒนาการเด็กในระดับตติยภูมิกับหน่วยงานภายในและภายนอกสังกัดกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สถาบันราชานุกูล สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เป็นต้น ซึ่งนอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังได้สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขร่วมเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าจะนำเข้าสู่ระบบบริการให้ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างถูกวิธี 
 
สำหรับสัปดาห์รณรงค์คัดกรองพัฒนาการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 ก.ค. 61 จึงขอเชิญชวนให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก และประชาชนในชุมชน ตระหนักและเห็นความสำคัญในการดูแลส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กเข้าสู่วัยเรียนต่อไป โดยนำบุตรหลานที่มีอายุ 9 เดือน 18 เดือน 30 เดือน 42 เดือน และ 60 เดือน เข้ารับการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่งและโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร
 
นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่หลายหน่วยงานร่วมกันส่งเสริมพัฒนาเด็กที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ โดยช่วงที่เด็กจะมีการเรียนรู้และมีการพัฒนามากที่สุดคือช่วงปฐมวัย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำหนังสือคู่มือหลักสูตรการจัดการศึกษาปฐมวัย ตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 3 ปี และ 3- 5 ปี ซึ่งหลักสูตรนี้จะช่วยส่งเสริมเด็กได้ในทุกๆด้าน ผู้ปกครองสามารถจัดการศึกษาให้แก่เด็กได้ตามหลักสูตร เพราะหากส่งเสริมและกระตุ้นเด็กช้ากว่าวัยนี้อาจทำให้เด็กมีการพัฒนาล่าช้าและมีอีคิวต่ำ
 
นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศจำนวนประมาณ 21 ล้านคน แต่มีการเกิดปีละไม่ถึง 7 แสนคน และมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าการเกิด จึงทำให้ต้องหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ในประเทศไทยมีสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัย จำนวนทั้งสิ้น 50,002 แห่ง และจะผลักดันให้มีสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัยเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ซึ่งจะดำเนินการเชิญสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
 
พล.ต.ชาญชัย ติกขะปัญโญ กรมการแพทย์ทหารบก กล่าวว่า กรมการแพทย์ทหารบกได้ทำการสำรวจและคัดกรองเด็กและเยาวชนภายในค่าย นอกค่าย และครอบครัวของเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ภายนอกค่าย ซึ่งมีจำนวนประมาณ 2,000 คน อีกทั้งยังมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีคลีนิกคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และระหว่างตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามปัญหาหลักของเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการติดเกม ซึ่งทำให้พัฒนาการบางอย่างของร่างกายใช้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
 




----------------------- (นักบุญ... สปส./กฤติยา/อภิชยา... นศ.ฝึกงาน)
 
จำนวนคนอ่าน 1285  คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย  0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย  0  คน
0%
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะแสดงความคิดเห็นได้