image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวสารกรุงเทพฯ

 เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 25 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 64 ครั้ง

          (25 ต.ค.62) เวลา 10.30 น. : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับนายคเณศ ประสาท ธกาล (Mr.Ganesh Prasad Dhakal) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายเล็ก นาท โกธัม (Mr.Lekh Nath Gautam) ที่ปรึกษา/รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการฑูต และคณะ โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายธรรมรัต หวั่งหลี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสิงห์ ลิ้มพิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบกุญแจเมืองกรุงเทพมหานคร และหนังสือซุ้มเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี (Arches Honoring the Royal House of Chakri) เป็นของที่ระลึกด้วย

        ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลประจำประเทศไทย และคณะ ได้เข้าเยี่ยมคารวะเพื่อหารือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล พร้อมทั้งการขอความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสที่รัฐบาลเนปาลมีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเนปาลประจำปี 2563 (Visit Nepal Year 2020 Campaign) โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเนปาลซึ่งมีความสวยงามทั้งด้านธรรมชาติ ประเพณี และวัฒนธรรมที่หลากหลาย รวมทั้งรัฐบาลเนปาลต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาในทวีปเอเซีย มีเป้าหมายให้คนไทยไปเยือนเนปาลไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนต่อปี โดยในปี 2563 ประเทศเนปาลต้องการจะจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเนปาลในพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพมหานคร เพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปยังประเทศเนปาลเพิ่มขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลเนปาลกับไทย ซึ่งในปัจจุบันสาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลกำลังก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ใกล้เมืองลุมพินี นอกเหนือจาก “สนามบินตริภูวัน” หรือเรียกอีกชื่อว่า “สนามบินกาฐมาณฑุ” อีกด้วย

         ทั้งนี้ ราชอาณาจักรไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล มีความเชื่อมโยงทางศาสนาและวัฒนธรรมมายาวนานกว่าสองพันปี ซึ่งเป็นมิติความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดระหว่างไทยกับเนปาลมากกว่าด้านเศรษฐกิจหรือการเมือง โดยเน้นในเรื่องศาสนา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลมีสถานที่สำคัญทางศาสนา เช่นเมืองลุมพินี หรือเมืองจานักปูร์ (เมืองมิถิลาในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก) โดยชาวไทยนิยมเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ คือ ลุมพินีวัน ในฐานะที่เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเนปาล ภายใต้แนวคิด "3 Ps" (Pieces, Places, People) รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกันทางพุทธศาสนาในการจัดทำ "Buddhist Story Book” เพื่อร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาในเอเชีย ให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวร่วมกัน (Combined Destination) รวมถึงประเทศไทยยังพร้อมสนับสนุนการก่อสร้างโรงพยาบาลในเขตลุมพินี ตามที่มีดำริ นอกจากนี้ ชาวเนปาลจำนวนมากนิยมเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อรักษาพยาบาล ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลไทยมีนโยบายพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเพื่อการรักษาพยาบาล (Medical Hub) นอกจากนี้ไทย-เนปาล ยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ มีมูลค่า 38.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 38.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ นำเข้า 0.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปเนปาล ได้แก่ เส้นใยประดิษฐ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากเนปาล ได้แก่ หนังดิบและหนังฟอก ธัญพืชและธัญพืชสำเร็จรูป ซึ่งรัฐบาลเนปาลขอให้รัฐบาลไทยส่งเสริมให้เอกชนไทยเข้าไปลงทุนในเนปาล โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมผ้าไหม กาแฟ และผลผลิตทางการเกษตร

 

--------- (สกณธ์ . . . สปส.รายงาน)

 

 

อัลบั้มภาพ

 
จำนวนคนอ่าน 366  คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย  0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย  0  คน
0%
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะแสดงความคิดเห็นได้