image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวสารกรุงเทพฯ

 เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 23 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 58 ครั้ง

           (23 ก.ย. 62) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครครั้งที่ 18/2562 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมและวางแผน ชั้น 35 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม.2 เขตดินแดง

          ในที่ประชุมฯ สำนักงานเลขานุการปลัดกรุงเทพมหานคร ได้รายงานการดำเนินงานเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 24 ต.ค.62 เวลา 15.30 น. โดยเส้นทางเสด็จฯ เริ่มจากท่าวาสุกรีสิ้นสุดที่ท่าราชวรดิฐ โดยกำหนดจัดเตรียมสถานที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯสำหรับผู้มีตำแหน่ง จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าวาสุกรี ท่าราชวรดิฐ สวนสันติชัยปราการ สวนหลวงพระราม 8 ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ในส่วนของสถานที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ของประชาชนทั่วไปได้จัดเตรียมไว้ 2 เส้นทาง สามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 36,150 คน ดังนี้ 1. เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยแบ่งพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ เป็น 4 ส่วน รองรับประชาชน จำนวน 25,150 คน ประกอบด้วย พื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ บริเวณบ้านเรือนประชาชนและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา รองรับประชาชนได้ประมาณ 360 คน พื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ตามสถานที่และหน่วยงานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สำนักงานกฤษฎีกา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อู่เรือธนาคารกรุงเทพ โรงพยาบาลศิริราช และกรมอู่ทหารเรือและ หอประชุม กองทัพเรือ รองรับข้าราชการและบุคลากรของหน่วยงาน ได้ประมาณ 4,000 คน พื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ของประชาชนที่เดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จฯ (Walk-in) พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครฯ เช่น สวนสันติชัยปราการ สวนนาคราภิรมย์ ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ใต้สะพานพระราม 8 เป็นต้น รองรับประชาชน จำนวน 15,600 คน และพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ตามสถานที่ของภาคเอกชน เช่น บริษัท ห้างร้าน ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น ซึ่งอาจจะมีการจำหน่ายบัตรชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค รองรับประชาชนได้จำนวน 5,180 คน 2. เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จำนวน 11,000 คน เส้นทางเสด็จฯ จากพระที่นั่งอัมพรสถานไปยังท่าวาสุกรี และเส้นทางเสด็จฯ กลับจากท่าราชวรดิฐ ถึงพระลานพระราชวังดุสิต

         สำหรับการปรับปรุงพื้นที่ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อจัดเป็นที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ โดยจัดสร้างพื้นยกระดับและอัฒจันทร์ จำนวน 6 แห่ง รองรับประชาชนได้ 10,700 คน ได้แก่ ใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) 4,000 คน สวนสันติชัยปราการ 1,500 คน สวน เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 1,000 คน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1,800 คน โรงพยาบาลศิริราช 100 คน และสวนนาคราภิรมย์ 2,300 คน ทั้งนี้มีการติดตั้งจอ LED พร้อมเครื่องขยายเสียง 18 จุด จำนวน 27 จอ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 1 จอ สวนสันติชัยปราการ 2 จอ สนามหลวง 4 จอ ลานจอดรถกองสลาก 1 จอ สวนนาคราภิรมย์ 2 จอ ใต้สะพานพระราม 8 2 จอ สวนหลวงพระราม 8 2 จอ สถานีรถไฟธนบุรี 1 จอ ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 1 จอ วัดระฆังโฆสิตาราม 1 จอ วัดอมรินทรารามวรวิหาร 1 จอ วัดกัลยาณมิตร 3 จอ ทำเนียบรัฐบาล 1 จอ กระทรวงศึกษาธิการ 1 จอ วัดโสมนัส 1 จอ ร.ร.สตรีวิทยา 1 จอ ลานคนเมือง 1 จอ และป้อมมหากาฬ 1 จอ ในส่วนของการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน จุดบริการอาหาร และจุดบริการน้ำดื่ม โดยสำนักพระราชวัง (สมาคมภัตตาคารไทย และสหฟาร์ม) และกรุงเทพมหานคร สำหรับบริการประชาชน กำหนดจัดเตรียมไว้จำนวน 6 จุด ได้แก่ วัดสามพระยา โดยสมาคมภัตตาคารไทย สนามหลวง โดยสมาคมภัตตาคารไทย และสหฟารม์ สวนนาคราภิรมย์ โดยสมาคมภัตตาคารไทยและสหฟารม์ วัดอมรคีรี โดยกรุงเทพมหานคร วัดอมรินทรารามวรวิหาร โดยสมาคมภัตตาคารไทย และวัดกัลยาณมิตร โดยสมาคมภัตตาคารไทย การให้บริการอาหารพระราชทาน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ จุดโรงครัวพระราชทาน 6 แห่ง และจุดบริการอาหาร 22 แห่ง โดยกำหนดเวลาให้บริการ 3 มื้อ มื้อเช้า เวลา 08.00-10.00 น. มื้อกลางวัน เวลา 12.00-14.00 น. และมื้อเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป กำหนดจุดบริการน้ำดื่ม ตามจุดรวมพลจุดเดินทางของประชาชน และตามสถานที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ จำนวน 44 จุด การให้บริการรถสุขาเคลื่อนที่ ประกอบด้วย รถสุขา 50 คัน ตู้สุขา 25 ตู้ ห้องสุขาของหน่วยงาน 33 จุด การบริการทางการแพทย์ จุดบริการทางการแพทย์ประจำที่ 33 จุด ชุดแพทย์เคลื่อนที่ โซนละ 20 ชุด โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้หน่วยบริการทางการแพทย์ แบ่งพื้นที่การให้บริการเป็น 6 โซน ดังนี้ โซน 1 วชิรพยาบาล โซน 2 โรงพยาบาลนพรัตน์ฯ และโรงพยาบาลเลิดสิน โซน 3 โรงพยาบาลกลาง โซน 4 โรงพยาบาลราชวิถี โซน 5 โรงพยาบาลศิริราช และโซน 6 โรงพยาบาลตากสิน

          การปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลอดแนวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การทำความสะอาดเขื่อนและอาคารริมแม่น้ำเจ้าพระยา การซ่อมแซมและติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่าง การประดับตกแต่งผ้าระบายและธงชาติ ธงอักษรพระปรมาภิไธย วปร. และธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การประดับไฟบริเวณสะพานพระราม 8 การระดับไฟและปรับปรุงทาสีตามสถานที่ต่างๆ การตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับตามสถานที่เฝ้าฯ รับเสด็จ และเส้นทางเสด็จฯ มีแนวคิดประดับตกแต่ง ได้แก่ “สายน้ำแห่งพระบารมี ราชสดุดีรวมใจไทย” บริเวณท่าราชวรดิฐ สะพานพระราม 8 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ลานมหาเจษฎาบดินทร์ กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” Big Cleaning เส้นทางเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 62 โดยปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี ถึงปากคลองบางกอกใหญ่ ระยะทาง 4,500 เมตร ทำความสะอาดพื้นที่ภายในสวนหลวง ร. 8 และพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 ซึ่งมีจิตอาสาทั้งจากกรุงเทพมหานคร และจิตอาสาหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมพัฒนาพื้นที่บริเวณทั้งสองฝั่งริมแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยใช้กำลังพลจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสองวันรวม 5,270 คน นอกจากนี้กรุงเทพมหานครกำหนดจัดกิจกรรมจิตอาสา Big Cleaning วันที่ 2 ต.ค. 62 ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสันติชัยปราการและป้อมพระสุเมรุ โดยการขัดล้างทำความสะอาดลาน ทางเท้า และเก็บขยะวัชพืช ตัดแต่งกิ่งไม้ ขัดล้างเขื่อนและทางเท้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากสวนสันติชัยปราการถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ระยะทาง 600 ม.


กรุงเทพฯ ไม่พบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า 3 ปีติดต่อกัน

          สำนักอนามัยรายงานสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อที่ประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครครั้งที่ 18/2562 ว่า ในปี 2562 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ทั้งนี้จากการตรวจสอบสัตว์ที่พบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทั้งประเทศ มีจำนวน 286 ตัว ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 5 ตัว สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในปี 2562 ดำเนินการฉีดวัคซีนให้สัตว์แล้ว จำนวน 180,087 ตัว ให้บริการในคลินิกสัตวแพทย์และศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 67,159 ตัว และออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชน จำนวน 112,928 ตัว ส่วนการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ดำเนินการแล้ว จำนวน 20,780 ตัว ให้บริการในคลินิกสัตวแพทย์และศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 15,429 ตัว และออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชน จำนวน 5,351 ตัว ด้านสถิติเรื่องร้องเรียน ของศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร ปี 2562 ได้รับ 3,468 เรื่อง แบ่งเป็น เหตุเดือดร้อนรำคาญ จำนวน 3,251 เรื่อง สุนัขก้าวร้าว จำนวน 206 เรื่อง และสงสัยว่าได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 11 เรื่อง
 

 

 

อัลบั้มภาพ

 
จำนวนคนอ่าน 414  คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย  0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย  0  คน
0%
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะแสดงความคิดเห็นได้