image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวสารกรุงเทพฯ

 



        (12 เม.ย.62) เวลา 13.30 น.  เป็นประธานในพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากหอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง ไปเก็บรักษา ณ ห้องดอกแก้ว กระทรวงมหาดไทย


        โดยเวลา 13.00 น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์โดยรอบพระราชฐานชั้นใน และในเวลา 13.30 น. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอธิษฐานจิตพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบาตรน้ำมนต์ภายในหอศาสตราคมบรรจุในคนโท จากนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมขึ้นรถยนต์บริเวณหน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ออกไปยังริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ บริเวณถนนหน้าพระลาน ซึ่งริ้วขบวน ประกอบด้วย วงดุริยางค์ ริ้วขบวนธงชาติและธงตราสัญลักษณ์พิธีบรมราชาภิเษก และริ้วขบวนผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และข้าราชการกรุงเทพมหานครชั้นผู้ใหญ่ โดยริ้วขบวนจะเคลื่อนผ่าน ถนนสนามไชย ถนนกัลยาณไมตรี ถนนอัษฎางค์ และเข้าสู่กระทรวงมหาดไทย และเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานครขึ้นวางบนแท่นที่จัดไว้สำหรับกรุงเทพมหานคร ณ ห้องดอกแก้ว ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรอการประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเสกน้ำอภิเษก ในวันที่ 18 เม.ย.62 เวลา 17.19 น. – 21.30 น. ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร


          ทั้งนี้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม ไม่ต้องผ่านพิธีการอภิเษกน้ำก่อนเหมือนกับจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมจะผ่านพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์สำหรับสรง สรงพระพักตร์ และประพรมรอบพระมหามณเฑียร ทุกๆ วันพระ หรือวันขึ้น 8 ค่ำ วันขึ้น 15 ค่ำ วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ เป็นประจำอยู่แล้ว รวมทั้งน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมได้นำมาใช้ในพระราชพิธีสำคัญๆ ตามโบราณราชประเพณีอยู่เสมอ

           ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันนี้กรุงเทพมหานครได้จัดพิธีเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม พระบรมมหาราชวัง ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จากกรุงเทพมหานครเป็นแหล่งสุดท้ายจากทั่วประเทศที่นำมาเก็บไว้ ณ กระทรวงมหาดไทย เพื่อรอการประกอบพิธีอภิเษกรวมในวันที่ 18 เม.ย.62 ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธี และจะเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านการอภิเษกรวมมาเก็บไว้ ณ พระบรมมหาราชวังในวันที่ 19 เม.ย. ต่อไป

        สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นี้ ถือว่าเป็นโอกาสอันสำคัญในชีวิตที่ปวงชนชาวไทยจะได้ร่วมในพระราชพิธีมหามงคลอันยิ่งใหญ่ และเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศอยากมาร่วมชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากเส้นทางเสด็จโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารคสามารถรองรับประชาชนได้เพียง 2-3 แสนคนเท่านั้น รัฐบาลจึงได้จัดให้มีการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯทางสถานีโทรทัศน์ ในส่วนของกรุงเทพมหานครได้ติดตั้งจอLED เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณเส้นทางเสด็จโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป จนกว่าจะแล้วเสร็จพิธี เพื่อให้ประชาชนที่มารอรับเสด็จได้ร่วมชื่นชมพระบารมีอย่างต่อเนื่อง สำหรับในส่วนของการปรับปรุงพื้นที่นั้น กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมแล้วและจะดูแลทุกพื้นที่อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้สมพระเกียรติสูงสุด

 

 

อัลบั้มภาพ