image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวสารกรุงเทพฯ

 เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 20 กุมภาพันธ์ 2564 | จำนวนเข้าชม 23 ครั้ง

 

            พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายด้านการดูแล ส่งเสริม และพัฒนาสุขภาพของพี่น้องประชาชน รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยตระหนักดีว่าสุขภาพที่ดีเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างไรก็ตามนโยบายที่ดี ตอบโจทย์ และตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง ย่อมต้องมาจากการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของผู้ได้รับผลจากการดำเนินนโยบายนั้นโดยตรง

            ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และองค์กรภาคีเครือข่าย ผ่านกลไกการทำงานคือคณะกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร (คจ.สก.) จัดงานสมัชชาสุขภาพกรุงเทพฯ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2563 ณ ศาลาว่าการ กทม. เขตดินแดง เพื่อแสวงหาฉันทมติต่อการแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ ร่วมกัน โดยในครั้งนั้นจัดขึ้นระหว่างมาตรการควบคุมในการป้องกันโรคโควิด-19 จึงจำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 335 คน อย่างไรก็ตามได้มีการเชื่อมต่อสัญญาณไปยังทุกพื้นสำนักงานเขตเพื่อเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งจัดถ่ายทอดสดผ่าน Facebook fanpage ของกรุงเทพมหานคร โดยสมาชิกสมัชชาสุขภาพกรุงเทพฯ มีฉันทามติใน 2 ระเบียบวาระ โดยไม่มีผู้คัดค้านแม้แต่รายเดียว ประกอบด้วย 1. ธรรมนูญสุขภาพกรุงเทพมหานคร 2. การจัดการหาบเร่แผงลอยและการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันของกรุงเทพมหานคร

             ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2564 ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันเสนอประเด็นนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ เพื่อคัดเลือกเป็นระเบียบวาระการประชุมฯ อันจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมที่เป็นประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง สำหรับประเด็นที่ประชาชนและภาคีเครือข่ายจะเสนอให้เป็นวาระในการประชุม ควรเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะที่สำคัญ และมีความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือ ผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยเปิดรับการเสนอประเด็น ถึงวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2564 นี้

ทั้งนี้ ประชาชนภาคีเครือข่ายสามารถเสนอประเด็นได้ 2 ช่องทาง โดย 1.กรอกข้อมูลผ่าน QR Code 2.ช่องทาง https://qrgo.page.link/sGyof  และสามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่ https://qrgo.page.link/8SvDo