image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวสารกรุงเทพฯ

 เผยแพร่โดย : ศิวพงษ์ กลุ่มกรุงเทพตะวันออก | 3 กุมภาพันธ์ 2563 | จำนวนเข้าชม 2347 ครั้ง

 

        นางจินดารัตน์ ชโยธิน ร.ต.อ พงศกร ขวัญเมือง และนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต คณะโฆษกของกรุงเทพมหานคร แถลงผลการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3/2563 ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ณ ห้องประชุมและวางแผน (WAR ROOM) ชั้น 35 อาคารธานีนพรัตน์ กทม. 2 ดินแดง ว่า ในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มารายงานความคืบหน้าการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ การดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยพบว่าในระยะนี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีความกดอากาศสูงเข้ามาปกคลุม โดยเฉพาะในช่วงเช้าถึงเที่ยง ประกอบกับลมมีกำลังอ่อนลง ทำให้ไม่สามารถกระจายฝุ่นในพื้นที่ออกไปได้ ดังนั้นในช่วง 2-3 วันหลังจากนี้ ค่าฝุ่นละอองจะมีปริมาณสูงขึ้น ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการตรวจจับรถควันดำ โดยตั้งแต่ ต.ค.62- ม.ค.63สามารถตรวจจับรถควันดำได้ 29,513 คัน เฉพาะวันที่ 31 ม.ค.63 สามารถตรวจจับรถควันดำได้ 520 คัน มาตรการควบคุมการเผาในที่โล่ง การประสานขสมก.เพื่อล้างท่อไอเสียของรถร่วมบริการทั้งหมด โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มาตรการประสานกรมโรงงานเพื่อตรวจปล่องของโรงงานไม่ให้ปล่อยฝุ่นละออง หากพบว่ามีการปล่อยฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะสั่งให้หยุดทำงานเพื่อแก้ไขทันที อย่างไรก็ดี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครเห็นว่าการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมดมีส่วนทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองได้เช่นกัน ทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้า และการก่อสร้างทั่วไป ดังนั้นจึงมีมติสั่งการให้หยุดการก่อสร้างในกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดฝุ่นละออง ตั้งแต่วันที่ 4-6 ก.พ.63 โดยรวมถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 6 สายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการก่อสร้างอาคารสูง ทั้งนี้หากสภาพอากาศดีขึ้นทุกโครงการสามารถกลับมาดำเนินการก่อสร้างได้ตามปกติ สำหรับกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการก่อสร้าง อาทิ การตกแต่งภายในของอาคารต่างๆ ยังสามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้กรุงเทพมหานครจะดำเนินมาตรการอื่นควบคู่ไปด้วย ได้แก่ การติดปริงเกอร์พ่นละอองน้ำ และการฉีดน้ำล้างถนน

       

อบรมอสส.700 คน เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา

          สำหรับการเตรียมความพร้อมมาตรการรองรับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันประชาชนยังสับสนกับวิธีการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือการห่อหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วก่อนทิ้ง โดยเมื่อถอดหน้ากากแล้ว ควรพับเก็บ และไม่ให้มือสัมผัสด้านในของหน้ากาก ซึ่งอาจเป็นส่วนที่มีสารคัดหลั่ง น้ำมูกหรือน้ำลายติดอยู่ จากนั้นให้ใช้หูของหน้ากากรัดโดยรอบ และห่อด้วยกระดาษก่อนทิ้ง เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่จัดเก็บขยะไม่ต้องสัมผัสเชื้อด้วย ในส่วนของมาตรการอื่น รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างครอบคลุมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันที่สนามบิน การคัดกรองที่โรงพยาบาล และการป้องกันในโรงแรมที่พักอาศัย สำหรับการดำเนินการเชิงรุกนั้น กรุงเทพมหานครจะจัดอบรมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสส. จำนวน 700 คน เพื่อเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ในวันที่ 4 ก.พ.64 ณ อาคารไอราวัต สภากรุงเทพมหานคร และร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการอบรมให้ความรู้กับทีมเฝ้าระวังและสอบสวนโรค สำนักอนามัยของกรุงเทพมหานคร จำนวน 71 ทีม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดมีความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง และปลอดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ สำหรับการตรวจโรคของโรงพยาบาล สังกัดสำนักการแพทย์มีการเฝ้าระวังอยู่ในระดับที่ได้มาตรฐาน และมีการกำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ได้แก่ การกำหนดช่องทางการเข้าออกโรงพยาบาลให้เหลือเฉพาะช่องทางที่จำเป็นเพื่อคัดกรองผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยทุกราย การจัดทำบัตรคำแนะนำทางด้านสุขภาพ Health Care สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ การเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ณ สำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย และการทำความสะอาดโรงพยาบาลสังกัดกทม.ทุกแห่ง เพื่อฆ่าเชื้อไวรัส นอกจากนี้สำนักอนามัยยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้กับผู้ขับรถแท็กซี่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้พบเจอผู้ป่วย และหลายหน่วยงานได้ร่วมกันล้างและฆ่าเชื้อราวจับในพื้นที่สาธารณะ อาทิ ในสถานีรถไฟฟ้า อาคารสำนักงานที่ให้บริการประชาชน ซึ่งสารคัดหลั่งของผู้ป่วยอาจมีโอกาสติดอยู่ โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาการแพร่เชื้อ

 

อัลบั้มภาพ

 
จำนวนคนอ่าน 250  คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย  0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย  0  คน
0%
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะแสดงความคิดเห็นได้