image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน

 กทม.ร่วมกับภาคีเครือข่ายธนาคารโลก จัดทำแผนกลยุทธ์เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร


 


                (6 พ.ย. 60) เวลา 09.15 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้ นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม City Resilience Program ระหว่างวันที่ 5-10 พ.ย. 60 ณ โรงเเรมฮิลตัน สุขุมวิท เขตคลองเตย ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารโลก ร่วมกับเครือข่ายเมืองที่เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (resilience cities) ของมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation) เพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์การเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานครและการขับเคลื่อนให้เกิดการนำแผนไปปฏิบัติ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านเวทีการเป็นสมาชิกเครือข่ายระหว่างเมือง เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีความเชี่ยวชาญในการจัดหาเงินทุนจากภาคเอกชนเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการจัดหาเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการการจัดการความเสี่ยงจากภาวะน้ำท่วมอย่างครอบคลุมซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อ พ.ศ.2554 โดยมีผู้แทนระดับนายกเทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรีจาก 35 เมือง ผู้แทนจากกระทรวงพานิชย์ของประเทศต่างๆ ผู้บริหารอาวุโสของธนาคารโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการเงินจากบริษัทขนาดใหญ่ เข้าร่วมการประชุม 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครในฐานะเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ซึ่งมีประชากรรวมทั้งที่ลงทะเบียนและไม่ได้ลงทะเบียนประมาณ 10 ล้านคน ที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสภาพเปลี่ยนแปลงต่างๆ จึงเป็นภารกิจที่สำคัญของประเทศและกรุงเทพมหานครในการบริหารเมืองหลวงให้ดำเนินการไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต สำหรับเมืองที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปนี้ จะต้องมีการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง การบำบัดน้ำเสีย การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การศึกษา การรักษาพยาบาล และการเตรียมรับมือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ซึ่งภารกิจเหล่านี้จะต้องมีการวางแผนทางการเงินที่เป็นหัวใจสำคัญจึงจะทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ และเมื่อดูจากภารกิจที่เพิ่มมากขึ้นของกรุงเทพมหานคร งบประมาณที่กรุงเทพมหานครได้รับจากการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ คงไม่เพียงพอต่อการพัฒนาเมือง ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงได้ทำการศึกษาเตรียมความพร้อมในการจัดหาแหล่งรายได้และวิธีการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ เช่น การจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งนี้ จากการที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาล และมีเวลาในการบริหารเมืองหลวงไม่มากนัก รัฐบาลจึงมอบนโยบายเร่งด่วนในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการคมนาคม และการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันการณ์ โดยการจัดสรรงบประมาณให้กับกรุงเทพมหานครดำเนินการ เช่น โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรและพัฒนาพื้นที่สาธารณะริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ประชาชนทุกคนทุกระดับสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีการสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ในถนน 14 แห่ง ตรอก ซอย โดยการวางท่อระบายน้ำด้วยวิธีการทำท่อลอด (Pipe jacking) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพิ่มสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า แม้กรุงเทพมหานครจะมีงบประมาณที่จัดเก็บเองและรัฐบาลช่วยรวมทั้งให้เอกชนร่วมลงทุนแล้ว ก็ยังไม่เพียงพอกับการแก้ปัญหาของเมืองใหญ่ขนาดนี้ได้ จึงมีการตั้งกลุ่มประชาคมจากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกรุงเทพฯ ในลักษณะ CSR และการสร้างความเป็นเจ้าเมืองนี้ให้แก่ประชากรที่อาศัยอยู่ ได้มีส่วนร่วมให้ความร่วมมือในทุกๆด้านด้วยตัวเอง เช่น โครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นโครงการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดทำขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกในการสร้างความดี เชิดชูคนทำความดี และสร้างสังคมคนดีที่คิดถึงประโยชน์ของส่วนรวม โดยในการดำเนินการโครงการสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ หน่วยราชการต่างๆ และประชาชนผู้มีจิตอาสา ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมในชุมชน โดยการขุดลอกทำความสะอาดคู คลอง ปัญหาการจราจร การดูแลรักษาความสะอาด การปลูกต้นไม้และสิ่งแวดล้อม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษา และมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยได้ดำเนินการในลักษณะโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรและให้ความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาของประเทศร่วมกัน
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้ายว่า สถานการณ์การการเปลี่ยนแปลงที่กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่แตกต่างจากเมืองต่างๆ การเตรียมความพร้อมขององค์กรการศึกษา การให้ความรู้ความเข้าใจข้อกฎหมายที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อผู้บริหาร ข้าราชการประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นการจัดให้มีการประชุมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ จึงนับว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างสูงกับผู้เข้าร่วมประชุมที่มาจากหลายหน่วยงานเป็นจำนวนมาก
                   





-------------------------- (นักบุญ...กปส.รายงาน)