image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน

 
(10 ก.ย.60) เวลา 11.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายโกสิน เทศวงษ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างอาคารเรียน 6 ชั้น โรงเรียนวัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ โดยมี นายพลเฉลิม ศรมณี ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตทุ่งครุ สำนักการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และตรวจโครงการก่อสร้างอาคารเรียน 6 ชั้น โรงเรียนวัดทุ่งครุ ซึ่งสำนักการศึกษาได้ดำเนินการโดยเริ่มต้นสัญญาวันที่ 9 มี.ค.60 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 2 พ.ค.61 ระยะเวลาก่อสร้าง 420 วัน ปัจจุบันผลงานที่ทำได้ 35% ได้แก่ หล่อฐานราก หล่อเสาตอม่อ หล่อคานคอดิน หล่อชั้นวางถังน้ำ หล่อเสารับพื้นชั้น 2 หล่อคานรับพื้นชั้น 2 หล่อคานกันสาดชั้น 2 หล่อเสารับพื้นชั้น 3 หล่อคานรับพื้นชั้น 3 และหล่อคานรับพื้นชั้น 4
 
*เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดประสิทธิภาพในการเรียนการสอนที่แท้จริง
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด 437 โรงเรียน มีนักเรียนประมาณ 290,000 คน มีห้องเรียน 9,366 ห้องเรียน มีครูประมาณ 16,000 คน  โรงเรียนที่กรุงเทพมหานครก่อสร้างมาบางโรงเรียนก่อสร้างมานานหลายปีแล้ว บางโรงเรียนอยู่ในสภาพที่ชำรุดจำเป็นต้องปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มีนโยบายให้สำนักการศึกษาและสำนักงานเขตสำรวจว่าอาคารในโรงเรียนใดอยู่ในสภาพที่ต้องซ่อมแซมปรับปรุงสำนักงานเขตจะเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าโรงเรียนใดมีสภาพที่จะต้องรื้อออกเพื่อก่อสร้างใหม่สำนักการศึกษาจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 สำนักการศึกษาได้ดำเนินการปรับปรุงโดยรื้ออาคารเรียนหลังเก่าออก และดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ รวมทั้งหมด 17 โรงเรียน ส่วนในปีงบประมาณ 2561 จากการสำรวจพบว่ามีโรงเรียนที่จำเป็นต้องรื้ออาคารเรียนหลังเก่าออก และสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ มีทั้งหมด 21 โรงเรียน ซึ่งในพื้นที่เขตทุ่งครุมีอยู่ 1 โรงเรียน คือโรงเรียนชูสินทองประดิษฐ์อนุสรณ์ โดยจะรื้ออาคารเก่าออกและสร้างอาคารใหม่ทดแทน อย่าไรก็ตามในการรื้อถแนและสร้างอาคารใหม่สำนักการศึกษาจะเป็นผู้ดำเนินการ หากโรงเรียนใดมีการซ่อมแซมหรือปรับปรุงเฉพาะตัวอาคารบางส่วน รวมทั้งการก่อสร้างห้องน้ำสำนักงานเขตในพื้นที่ทั้ง 50 สำนักงานเขตจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งในปีที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ดำเนินการซ่อมแซมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 50 สำนักงานเขต 437 โรงเรียน ไม่ต่ำกว่า 100 โรงเรียน เพื่อให้ครูและนักเรียนมีอาคารและห้องน้ำที่ใช้สอยได้อย่างถูกสุขลักษณะ ถ้าในระหว่างกลางปีโรงเรียนใดมีความจำเป็นต้องของบประมาณเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมเร่งด่วน กรุงเทพมหานครได้ตั้งงบกลางไว้โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกงบกลางสำหรับการศึกษาตั้งไว้ 200 ล้านบาท แต่เฉพาะที่มีการซ่อมแซมโรงเรียนหรือปรับปรุงใหญ่ภายใน 1 ปีงบประมาณ โดยตั้งไว้ประมาณ 200 ล้านบาท ทั้งนี้หลังจากที่งบประมาณได้ผ่านการพิจารณาจากสภากรุงเทพมหานครมาแล้ว เมื่อประมาณวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักการศึกษาและสำนักงานเขต 50 เขต ควรจะเร่งดำเนินการเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างช้าไม่เกินเดือน ม.ค.61 เพื่อจะได้ผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงต่อไป อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีนโยบายที่ต้องการให้นักเรียนและครูได้มีพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนการสอนที่แท้จริง
 
*เน้นย้ำความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ กั้นรั้วสังกะสีระหว่างก่อสร้างอาคารใหม่
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างอาคารเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีทั้งเด็กเล็กและเด็กโต เด็กเล็กระดับชั้นอนุบาลขึ้นไป เด็กโตระดับชั้นมัธยมศึกษา มีอยู่ประมาณ 9 โรงเรียน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้าง อาทิ บางโรงเรียนผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินโครงการก่อสร้างพร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้างโดยใช้สแลนหรือตาข่ายกรองแสง ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างพบว่าการใช้สแลนไม่มีความปลอดภัยเท่าที่ควร จึงแนะนำให้เปลี่ยนเป็นรั้วสังกะสีแทน เพราะระหว่างการก่อสร้างอาจจะมีเศษวัสดุตกหล่นลงมาได้ เพื่อป้องกันอันตรายและความปลอดภัยสูงสุดจึงควรเปลี่ยนมาใช้รั้วสังกะสีแทนสแลน นอกจากนี้คนงานที่ทำการก่อสร้างจะต้องไม่พักค้างคืนที่โรงเรียนและจะต้องเป็นคนงานที่ถูกต้องตามระเบียบของกระทรวงแรงงาน ถ้าเป็นแรงงานต่างด้าวจะต้องมีใบอนุญาตในการทำงาน ทั้งนี้ ความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสิ่งที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น พร้อมทั้งกำชับให้สำนักการศึกษาและสำนักงานเขต 50 เขต ดูแลเรื่องความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้างอาคารเรียนเป็นกรณีพิเศษด้วย
 
-----  (จิรัฐคม...กปส.รายงาน)