image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน

 กทม.กำชับหน่วยงานดูแลพื้นที่ในช่วงที่มีประกาศฝนตกหนัก 7-11 มิ.ย.นี้



                (7 มิ.ย.61) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 6/2561 โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หัวหน้าหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง                  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกในหลายพื้นที่ช่วงระหว่างวันที่ 7-11 มิ.ย. และระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. อาจมีฝนตกเกิน 90 ม.ม. ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและรถติด ถึงแม้บางแห่งไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของเขต หรือสำนักการระบายน้ำ ก็ให้ช่วยกันดูแล หารือความเป็นไปได้ในการให้มีหัวหน้าฝ่ายระบายน้ำ เพื่อแยกงานจากฝ่ายโยธา เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่อ่อนไหว ให้ทุกหน่วยงานเร่งปรับปรุงซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ที่ชำรุด ให้ใช้งานได้ ทั้ง เครื่องสูบน้ำ (ไฟฟ้า) โดยสำนักการระบายน้ำได้ซ่อมแซมและพร้อมใช้งานกว่าร้อยละ 95 และเตรียมเครื่องสูบน้ำที่ใช้น้ำมัน เติมน้ำมันให้เต็มตลอดเวลา กำชับให้เจ้าหน้าที่พร้อมประจำจุดเพิ่มช่องทางในการสื่อสาร
 
 
สำนักการระบายน้ำเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำฝนตามแผนที่กำหนดไว้
 
นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. ได้รายงานการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยสำนักการระบายน้ำได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ตามแผนที่กำหนดไว้ อาทิ ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ทำไปแล้วร้อยละ 74.89 ขุดลอก คูคลอง ทำไปแล้วร้อยละ 65.42 เก็บผักตบชวา เตรียมพร้อมสถานีสูบน้ำ พร้อมร้อยละ 94.2  เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เตรียมพร้อมหน่วยสนับสนุน เตรียมอุปกรณ์กรณีฉุกเฉิน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ  สำหรับแผนการทำงานหลัก ประกอบด้วย การติดตามสถานการณ์ฝน เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ ลดระดับน้ำในคลอง แจ้งสถานการณ์แก่เจ้าหน้าที่ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าแก้ปัญหาเร่งด่วน และมีการรายงานกลับ ในจุดที่ไม่เพียงพอจะเพิ่มอุปกรณ์ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบในจุดที่รถเล็กไม่สามารถเข้าได้ ศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยมี ผู้อำนวยการเขต เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
 
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำชับให้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประชุมหารือกับปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อมอบหมายภารกิจให้รองปลัดกรุงเทพมหานคร หรือผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานครที่ดูแลในแต่ละเขต ติดตามและประสานการทำงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว
 
 
 
ขอความร่วมมือเขตชั้นนอกเร่งปลูกต้นไม้เพิ่มภายใน 6 เดือน ลดปัญหาฝุ่นละอองและมลภาวะทางเสียง
 
นางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวถึงการดูแลต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ต้นไม้ที่เสียงต่อการโค่นร่มคือไม้กลุ่มเรือนยอดใหญ่ เรือนยอด 10 ม.ขึ้นไป จุดวิกฤติคือมีความเอียงเอนกว่า 45 องศา ซึ่งอาจเกิดจากการกระจายของกิ่งไม่สมดุล หรือรากผุ สำนักสิ่งแวดล้อมจึงได้มีหนังสือกำชับไปยังเขตให้สำรวจความแข็งแรง และตัดแต่งทรงพุ่ม และขอความร่วมมือจากประชาชนให้สำรวจต้นไม้ในพื้นที่ของตนเองว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ ทั้งนี้จากการสำรวจต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ 50 เขต พบว่ามีต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการโค่นล้ม จำนวน 18,330 ต้น บางส่วนต้องค้ำยัน ล้อมย้าย การตัดแต่งทรงพุ่มเพื่อลดทอนความสูง ศัลยกรรมต้นไม้ ซึ่งต้องใช้ความรู้ตามหลักวิชาการ โดยดำเนินการไปแล้ว 13,479 ต้น เหลืออีก 4,851 ต้น ทั้งนี้สำนักสิ่งแวดล้อมได้จัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เขตเพื่อให้สามารถดูแลต้นไม้ได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัยแล้ว
 
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในช่วงระยะกว่า 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้มีการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ไปแล้วกว่า 5,000 ต้น แต่ขอให้เขตพื้นที่ชานเมือง หรือเขตชั้นนอกที่มีพื้นที่ให้เร่งดำเนินการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมตามความเหมาะสมของพื้นที่ ภายในระยะ 6 เดือน เพื่อเพิ่มปอดให้กับคนกรุงเทพ ลดปัญหาภาวะโลกร้อน ลดปัญหาฝุ่นละออง และมลภาวะทางเสียง
 
เตรียมคัดเลือกซอยรับรางวัลตามโครงการ “สวยในซอย” ระดับเขต และระดับ กทม. ภายในพ.ย. นี้
 
ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รายงานการดำเนินการโครงการ “สวยในซอย” ซึ่งความหมายของซอยตามโครงการ คือ ต้องเป็นทางแยกจากถนนสายหลัก หรือถนนสายรอง ที่มีชื่อหรือหมายเลขกำกับเป็นป้ายบอกเห็นชัดเจน เป็นซอยสาธารณะ หรือซอยส่วนบุคคลที่เจ้าของยินยอมให้เขตเข้าไปมีส่วนร่วม และมีความยาวของซอยไม่น้อยกว่า 500 เมตร หรือมีจำนวนบ้านไม่น้อยกว่า 30 หลังคาเรือน โดยจะให้เขตเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวชุมชนเข้าร่วมโครงการ และประสานให้มีการตั้งประชาคมซอยเพื่อให้เกิดการดูแลซอยอย่างยั่งยืน สำหรับรางวัลซอยชนะเลิศจะแบ่งออกเป็นระดับเขต และทำการคัดเลือกซอยเพื่อรับรางวัลระดับกรุงเทพมหานครต่อไปภายในเดือนพ.ย.61 ต่อไป สำหรับเกณฑ์การประเมิน แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ประกอบด้วย ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสวยงาม ความปลอดภัย การมีส่วนร่วมของประชาคมซอย และความมีอัตลักษณ์และความคิดริเริ่ม
 
พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบแผงค้าลดความเดือดร้อนผู้ใช้รถ ใช้ถนน และผู้สัญจรบนทางเท้า
 
นายธีรพันธ์ อธิรัฐธนภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. รายงานผลการจัดระเบียบทางเท้าสาธารณะ ซึ่งจุดผ่อนผันในกทม.มีทั้งหมด 683 จุด ผู้ค้าจำนวน 20,642 ราย ได้มีการยกเลิกจุดผ่อนผันดังกล่าวไปแล้ว 451 จุด ผู้ค้า 10,578 ราย และจุดที่ยังไม่ได้ยกเลิก 232 จุด ผู้ค้า 10,064 ราย สำหรับการช่วยเหลือผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ กรุงเทพมหานครได้จัดหาสถานที่รองรับ ทั้งในส่วนของพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและเอกชนใกล้เคียงเพื่อรองรับ และได้ดำเนินโครงการตลาดประชารัฐ กทม.คืนความสุข เพื่อรองรับผู้ค้าอีกส่วนหนึ่ง สำหรับการจัดระเบียบรถจอดหรือวิ่งบนทางเท้า มีการรับแจ้งเหตุ 9,282 ราย รวม 669 คดี เป็นเงินปรับ 236,010 บาท โดยได้แบ่งรางวัลนำจับให้แก่ผู้แจ้งความแล้ว 528 คดี เป็นเงิน 193,360 บาท ยังไม่มารับ 102 คดี เป็นเงิน 31,050 บาท ไม่ประสงค์รับเงิน 39 คดี คิดเป็นเงิน 11,600 บาท  และการจัดเก็บป้ายผิดกฎหมายในที่สาธารณะ ระหว่างวันที่ 8-31 พ.ค.61 ได้มีการจัดเก็บป้ายจำนวนทั้งสิ้น 7,239 ป้าย ดำเนินการจับปรับ 63 ราย คิดเป็นเงิน 198,100 บาท โดยเขตที่สามารถจัดเก็บป้ายได้สูงสุด คือ เขตหนองจอก คันนายาว จตุจกัร บางซื่อ และบางบอน ตามลำดับ
 
นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทมหานคร กล่าวว่า ในการจัดระเบียบป้ายนั้น หากเจ้าหน้าที่เขตพบตัวผู้กระทำผิด ให้ดำเนินการจับปรับทันที และสำหรับถนนตามโครงการ “ถนน 5ไม่” ให้วางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแล โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน และจับปรับทันทีเช่นเดียวกัน จุดที่ยกเลิกการผ่อนผันไปแล้วให้เร่งกวดขันไม่ให้มีการค้าอย่างเคร่งครัด สำหรับจุดค้าบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเป็นจำนวนมากนั้น จากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการรถไฟซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาสามารถกระชับพื้นที่ได้ส่วนหนึ่งแล้ว และเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ได้ดูแลพื้นที่ทางโค้งได้หมดแล้ว สำหรับพื้นที่ค้าเดอะวันซึ่งจุดที่ทำการค้าตรงกับแนวโค้งตรงกับแนวร่นของอาคาร จึงได้แจ้งให้ผู้ค้าทราบ และจะมีการจัดระเบียบต่อไป สำหรับวินรถตู้ได้หารือกับสถานีตำรวจพหลโยธิน กำหนดจุดจอดของรถตู้ และวินมอเตอร์ไซค์ให้ชัดเจนและไม่กีดขวางการสัญจรของประชาชนต่อไป  ทั้งนี้กรุงเทพมหานครจะดำเนินการในพื้นที่อื่นซึ่งมีปัญหาสั่งสมและก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญทั้งผู้ใช้ทางเท้าและผู้ใช้รถใช้ถนนต่อไป
 
ผลการทดลองกำจัดผักตบชวาด้วยสารสักจากพืชสมุนไพร ป้องกันการเกิดผักตบชวาได้กว่า 8 เดือน
 
นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รายงานว่า กรุงเทพมหานครได้ทำการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาเกษตรศาตร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำการทดลองการกำจัดผักตบชวาอย่างยั่งยืนด้วยสารสกัดจากพืชสมุนไพร (HERB) ในพื้นที่เขตลาดกระบัง โดยใช้โดรนในการฉีดพ่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นอีก 8 เดือนไม่พบผักตบชวาในคลองอีก
 
นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นของการทดลอง จึงขอให้เชิญกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดูแลในเรื่องดังกล่าวเข้ามาร่วมในการศึกษา เพื่อให้การรับรองเรื่องสารตกค้าง
 
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกรมวิชาการเกษตรตามที่รองปลัดกรุงเทพมหานครเสนอ เพื่อยืนยันความถูกต้อง และแสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยของการดำเนินการ ทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ก่อนให้เขตนำวิธีการดังกล่าวไปดำเนินการในพื้นที่คลองอื่นๆของกรุงเทพมหานคร
 
 

 
 
----------------------------------------------
 
จำนวนคนอ่าน 468  คน
คุณเห็นด้วยหรือไม่
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย  0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย  0  คน
0%
แสดงความคิดเห็น
** กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะแสดงความคิดเห็นได้