image
Main Menu
BANGKOK
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน

กทม. ยันไม่ใช่การลงโทษเป็นการอบอุ่นร่างกายในชั่วโมงพละตามปกติ ยินดีให้ความช่วยเหลือ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย




                (6 ก.พ. 61) เวลา 11.30 น. นพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (บก.น.8) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล ผู้ปกครองของ ด.ญ.ภัทราภรณ์ วัชรมณเฑียร และผู้เกี่ยวข้อง ณ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ หารือกรณีการเสียชีวิตของ ด.ญ.ภัทราภรณ์ เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนวัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 61 จากนั้นรองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ผู้ปกครองของ ด.ญ.ภัทราภรณ์ ลงพื้นที่โรงเรียนวัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ
 
เบื้องต้นพบเชื้อไข้หวัด ไวรัสอินฟลูเอนซ่าบีในโพรงจมูกเด็ก
รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มีความเป็นห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มอบหมายให้ตนมาดูแลในเรื่องดังกล่าวและสืบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามของสังคม รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของเด็กด้วย เบื้องต้นขณะนี้กรุงเทพมหานครได้รับรายงานจากทางโรงเรียน สำนักงานเขต และโรงพยาบาลตากสินแล้ว ซึ่งจากการตรวจโพรงจมูกของเด็กพบเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซ่าบี ที่เป็นเชื้อไข้หวัด แต่เนื่องจากการเสียชีวิตของเด็กเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติจึงต้องมีการตัดชิ้นเนื้อส่วนต่างๆ ส่งไปชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยขณะนี้กรุงเทพมหานครได้ส่งชิ้นเนื้อไปชันสูตรที่แผนกนิติเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ซึ่งใช้เวลาประมาณ 45 วัน จึงจะทราบผลการชันสูตร ทั้งนี้จากการตรวจพบเชื้ออินฟลูเอนซ่าบีในโพรงจมูกของเด็กในความเห็นทางด้านการแพทย์สำหรับเด็กอายุขนาดนี้อาจเกิดผลแทรกซ้อนที่สำคัญและเกิดเชื้อเข้ากระแสเลือดจนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ เช่น การเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังพอเป็นหวัดทำให้เชื้อเข้ากระแสเลือดได้ง่าย ซึ่งการที่เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วและทำให้เสียชีวิตมีอยู่ 2 – 3 กรณี เช่น กลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน และกลุ่มที่มีอาการชักเกร็งจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งอันนี้เป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้น อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องการออกกำลังกายกลางแดดที่เรียกว่า  ฮีทสโตรก (Heat Stroke) แต่อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จึงจะทราบผลการเสียชีวิตที่แท้จริง
 
 
ยืนยันเป็นการอบอุ่นร่างกายไม่ใช่การลงโทษเด็ก
รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า จากการสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนทราบว่าเป็นการเรียนชั่วโมงพลศึกษา ช่วงเวลา 12.30 – 13.30 น. ตามปกติ ยืนยันไม่ได้มีการสั่งลงโทษเด็กแต่อย่างใด เป็นการให้เด็กอบอุ่นร่างกายธรรมดา ซึ่งให้เด็กวิ่ง 4 รอบ แต่เด็กวิ่งเพียง 2 รอบ จากนั้นเป็นการเดินผ่อนคลาย 2 รอบ เป็นการอบอุ่นร่างกายตามปกติของวิชาพลศึกษา ซึ่งระยะทางในการวิ่งประมาณ 150 เมตร ไม่ได้เป็นอันตรายต่อเด็กวัยขนาดนี้ จากนั้นครูให้เด็กคิดท่าออกกำลังกายพื้นฐาน ปรากฏว่าเด็กมีอาการตัวร้อน เพื่อนได้รายงานครู และครูก็ได้บอกให้ไปพัก จากนั้นเพื่อนได้พาไปห้องพยาบาลซึ่งเดินไปตามปกติไม่ได้หิ้วปีกไป เมื่อถึงห้องพยาบาลอาสาสมัครสาธารณสุขจากศูนย์บริการสาธารณสุข 59 ซึ่งเป็นอาสาพยาบาลประจำโรงเรียนก็ได้ให้การดูแลและเช็ดตัวให้เด็กตั้งแต่เวลาประมาณ 13.30 น. เมื่อพบว่าเด็กตัวร้อนมาก และแจ้งให้คุณครูประจำชั้นทราบ จากนั้นได้มีการติดต่อไปยังผู้ปกครองของเด็กให้มารับเด็กกลับ เมื่อผู้ปกครองมาถึงโรงเรียนก็ได้แนะนำให้ไปรับการรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 59 ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เนื่องจากมีความพร้อมและสามารถส่งต่อการรักษาไปยังโรงพยาบาลได้หากมีเหตุฉุกเฉิน แต่ทางญาติแจ้งว่าจะพาไปโรงพยาบาลตากสินเนื่องจากเป็นคนไข้ประจำและมีประวัติการรักษาอยู่ที่นั่น แต่ขณะเดินทางไปโรงพยาบาลตากสินปรากฏว่า เด็กมีอาการช็อค และหมดสติ ประกอบกับรถติดมาก ทางคุณพ่อของเด็กจึงได้เรียกรถจักรยานยนต์ให้ไปส่งที่โรงพยาบาลตากสิน เมื่อถึงโรงพยาบาลตากสินพบว่าเด็กหยุดหายใจแล้ว ทางโรงพยาบาลตากสินได้ทำการปั๊มหัวใจและตรวจคลื่นหัวใจแต่ไม่มีคลื่นหัวใจแล้ว ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป และที่ผ่านมาทางโรงเรียนและสำนักงานเขตก็ไม่ได้นิ่งเฉยมีการให้ความช่วยเหลือครอบครัวมาตั้งแต่การจัดพิธีทางศาสนา ขณะเดียวกันได้สอบถามทางญาติหากมีอะไรให้ช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แจ้งได้ 
 
หาข้อเท็จจริงการเสียชีวิต และหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน
ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ทางผู้ปกครองได้มาร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ เนื่องจากอยากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานไปยัง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการหารือเรื่องดังกล่าว สำหรับในวันนี้ไม่ใช่การจับผิด แต่เป็นการหาแนวทางแก้ปัญหาทางสังคมร่วมกัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่อยากหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏ และหากมีอะไรบกพร่องจะได้หาทางแก้ปัญหานั้นให้ดีขึ้น และทางรองปลัดกรุงเทพมหานครก็ได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ ทางตำรวจเองก็มีเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 มาร่วมทำคดีด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นอกจากนี้ทางกรุงเทพมหานคร และตำรวจจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงด้วย
 
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.8 ร่วมกับ สน.สมเด็จเจ้าพระยา สืบสวนหาข้อเท็จจริง
ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจยังพูดอะไรมากเกินกว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏไม่ได้ ต้องรอผลการชันสูตร และขอเวลาทำงานก่อน ซึ่งในวันนี้ได้เชิญฝ่ายสืบสวนจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ที่มีวุฒิเนติบัณฑิตมาร่วมสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนว่าหากมีสิ่งใดที่ช่วยแก้ไขในสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์ก็ต้องช่วยกันแก้ไข ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับก็จะใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสวนสอบสวนต่อไป สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและเกิดการสูญเสีย ซึ่งการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ในการหาสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นจะเป็นการหาผู้กระทำต่อไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูพยานหลักฐานจากพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะมีการตั้งคณะกรรมการมาร่วมพิจารณาคดี ในการทำสำนวนคดีมีเงื่อนไขระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวน รวมถึงต้องรอผลชันสูตรพลิกศพ และหาข้อมูลในประเด็นที่สังคมสงสัยด้วย 
 
ย้ำ กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความสนใจและใส่ใจเรื่องนี้มาก ทางกรุงเทพมหานครเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งปกติในชั่วโมงวิชาพลศึกษาจะมีการสอบถามถึงความพร้อมของเด็กก่อนการออกกำลังกายทุกครั้ง และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งเมื่อผลการตรวจชันสูตรชิ้นเนื้อออกมาก็จะทราบสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง จึงต้องรอผลการตรวจก่อน เบื้องต้นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พบคือเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซ่าบีในโพรงจมูก ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถทำให้เสียชีวิตได้ แต่สำหรับบางคนที่แข็งแรงอาจเป็นหวัด 3 – 4 วันแล้วหายได้ แต่สำหรับคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ ต้องดูว่าร่างกายแต่ละคนเป็นอย่างไร และออกกำลังกายแค่ไหนที่ไม่มากเกินไป 
 
ในตอนท้ายทางญาติของ ด.ญ.ภัทราภรณ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันสืบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้มีความพอใจในระดับหนึ่ง เนื่องจากทางญาติอยากทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก
 
     



-------------------------------  (พัทธนันท์...กปส. รายงาน)