Main Menu
BANGKOK PORTAL

ฝ่ายรายได้

ฝ่ายรายได้   



มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการจัดเก็บรายได้ของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้ายและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมเก็บขยะมูลฝอย ค่าอากรฆ่าสัตว์ ค่าธรรมเนียมโรงฆ่าสัตว์ ค่าเช่าทรัพย์สิน ฯลฯ รับแบบแจ้งรายการ เพื่อชำระค่าภาษีตรวจสอบขนาด และประโยชน์การใช้สอยของโรงเรือนและที่ดิน ตรวจสอบขนาดและประเภทของป้าย เพื่อประกอบการประเมินภาษี ติดตาม เร่งรัด ผู้รับการประเมินภาษีที่ไม่ยื่นแบบตามกำหนด และดำเนินคดีแก่ผู้ค้างชำระภาษี โดยรวบรวมเอกสารส่งกองกฎหมาย และคดีรวบรวม และจัดทำสถิติการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียม และการรายงานการจัดเก็บภาษี จัดทำบัญชีแยกประเภททะเบียน ผลประโยชน์และปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
1. ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน

ได้แก่ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ที่เจ้าของให้เช่าที่ทำการค้าขาย ที่ไว้สินค้าที่ประกอบการอุตสาหกรรม ที่ให้ญาติ บิดา มารดา หรือผู้อื่นอยู่อาศัย และให้ที่ประกอบการกิจการอื่น ๆ เพื่อหารายได้ในปีที่ล่วงแล้ว เว้นแต่ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 2

2. ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
- พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
- ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการรถไฟโดยตรง
- ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะและโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็นผลกำไรของส่วนบุคคล และใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาลและในการศึกษา
- ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียว หรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปีและเจ้าของมิได้อยู่เอง หรือให้ผู้อื่นอยู่นอกจากคนเฝ้าโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ หรือในที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกัน
- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เอง โดยมิไห้ใมช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบอุตสาหกรรม หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้
- โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เอง หรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าทำการค้าประกอบการอุตสาหกรรม หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้

3. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
คือ เจ้าของทรัพย์สินตามข้อ 1 แต่ถ้าที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ เป็นของคนละเจ้าของ เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ นั้น เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีทั้งสิ้น

4. กำหนดระยะเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี
เจ้าของทรัพย์สิน คือ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ง.ด.2) ณ สำนักงานเขตท้องที่ ซึ่งโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

5. ฐานภาษีและอัตราภาษี
ฐานภาษีที่นำมาคิดคำนวณเพื่อเสียภาษีรายปีของทรัพย์สินที่จะต้องเสียภาษี โดยภาษีในอัตราร้อยละสิบสองครึ่งของค่ารายปี ซึ่งคิดจากยอดรวมของค่ารายปีทั้งหมด โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายหรือค่าลดหย่อนใด ๆ ทั้งสิ้น
ค่ารายปีของทรัพย์สิน คือ จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นตามความเป็นจริงแล้วควรจะให้เช่าได้เท่าใดจริง ๆ ในปีหนึ่งเป็นเกณฑ์ ในกรณีที่ทรัพย์นั้นให้เช่า ให้ถือว่าค่าเช่านั้นคือค่ารายปี แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรที่จะใช้เช่าได้ หรือ เป็นกรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้ เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินดำเนินกิจการเอง หรือด้วยเหตุประการอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินค่ารายปีได้ โดยเทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินที่ให้เช่า ที่มีลักษณะของทรัพย์สิน ขนาดพื้นที่ ทำเลที่ต้องและบริการสาธารณะที่ทรพัย์สินนั้น ได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกันในเขตกรุงเทพมหานคร

6. หลักฐานที่ใช้ประกอบการเสียภาษี
กรณีโรงเรือนรายใหม่ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินเริ่มเสียเป็นครั้งแรก ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ง.ด.2) พร้อมหลักฐาน ดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาใบให้เลขหมายประจำบ้าน
- สำเนาใบขออนุญาตให้ปลูกสร้างอาคาร
- สำเนาสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมที่ปลูกสร้าง
- สำเนาโฉนดที่ดินปลูกสร้างโรงเรือน
- สำเนาสัญญาการเช่า
- สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือ ทะเบียนพาณิชย์
- สำเนาใบอนุญาตตั้งหรือประกอบกิจการโรงงาน หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- หลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงการเริ่มใช้ประโยชน์ของโรงเรือนพิกัดภาษี เช่น การ์ดเชิญแขกมาเปิดอาคารใบอนุญาตประกอบกิจการค้า ใบอนุญาตใช้สถานที่ขายอาหาร
- สำเนาทะเบียนบ้านของโรงเรือนพิกัดภาษีและเจ้าของทรัพย์สิน
- แผนที่ของที่ตั้งโรงเรือนพิกัดภาษี
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่ให้ผู้อื่นมากระทำการแทน
- ในกรณีโรงเรือนมีผู้ถือสิทธิ์ร่วมกันหลายคน ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมลงลายมือชื่อในแบ ภ.ง.ด.2 ในฐานะผู้รับประเมินทุกคน หรือ จะมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่งก็ได้ การมอบต้องทำเป็นหนังสือและปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย
กรณีโรงเรือนราย ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินที่เคยยื่นแบบแสดงรายการ เพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินไว้แล้ว ให้นำใบเสร็จรับเงินค่าภาษีครั้งก่อนไปแสดงด้วย
 

การเสียภาษีป้าย
1. ป้ายที่ต้องเสียภาษีป้าย

ป้ายที่ต้องเสียภาษีป้าย ได้แก่ ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อเครื่องหมายที่ใช้ในการค้า หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ หรือโฆษณาการค้ากิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะได้แสดง หรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษรภาพหรือเครื่องหมาย ที่เขียน แกะ จารึก หรือทำให้ปรากฎด้วยวิอื่น
2. ป้ายที่ไม่ต้องเสียภาษีป้าย
2.1 ป้ายที่แสดงไว้ ณ โรงมหรสพและบริเวณมหรสพนั้น เพื่อโฆษณามหรสพ
2.2 ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้า หรือที่สิ่งหุ้มห่อ หรือบรรจุสินค้า
2.3 ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
2.4 ป้ายที่แสดงไว้ที่คน หรือสัตว์
2.5 ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่น หรือ ภายในอาคาร ซึ่งเป็นที่รโหฐาน ทั้งนี้เพื่อหารายได้ และแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง (กฎกระทรวงกำหนดว่าต้องเป็นป้ายที่มีพื้นที่ไม่เกินหนึ่งตารางเมตร) แต่ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์
2.6 ป้ายของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือ ราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ
2.7 ป้ายขององค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ และหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐ
2.8 ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
2.9 ป้ายของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือ สถานบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถานบันอุดมศึกษาเอกชนที่แสดงไว้ ณ อาคารหรือบริเวณของโรงเรียนเอกชนหรือสถานบันอุดมศึกษานั้น ๆ
2.10 ป้ายของผู้ประกอบการเกษตรซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน
2.11 ป้ายของวัด หรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่ศาสนา หรือการกุศลสาธารณะ โดยเฉพาะ
2.12 ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
2.13 ป้ายตามที่กำหนดของกฎกระทรวง คือ
1) ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนน หรือรถแทรกเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
2) ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน
3) ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ยานพาหนะ นอกเหนือ 1) และ 2) โดยมีพื้นที่ไม่เกินห้าร้อยตารางเซนติเมตร
 
3. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย คือเจ้าของป้ายแต่ในกรณีที่ปรากฎแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการสำหรับภาษีป้ายใด เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครองครองป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายตามลำดับ

4. กำหนดระยะเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี
ให้เจ้าของป้ายที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) ภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี ในกรณีที่ติดตั้งหรือแสดงป้ายภายหลังเดือนมีนาคม หรือติดตั้งป้ายใหม่แทนป้ายเม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือ นับแต่วันเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วแต่กรณี

5. อัตราค่าภาษี
ในการคำนวณภาษีป้ายคำนวณตามเนื้อที่ของป้ายโดยคิดเป็นตารางเซ้นติเมตร ดังนี้
1) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน ให้คิดอัตรา 3 บาท ต่อห้าร้อยตารางเมตร
2) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศและหรือปนกับภาพและหรือเครื่องหมายอื่นให้คิดอัตรา 20 บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร
3) ป้ายต่อไปนี้ให้คิดอัตรา 40 บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร
ก. ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยไม่ว่าจะมีภาพ หรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่
ข. ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
4) ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือ เครื่องหมายบางส่วนในป้าย ที่ได้เสียภาษีป้ายแล้ว อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นให้คิดอัตราตาม 1) 2) หรือ 3) แล้วแต่กรณี และให้เสียเฉพาะจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น
5) ป้ายตาม 1) 2) หรือ 3) เมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้ว ถ้ามีอัตราที่ต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท

6. หลักฐานที่ใช้ประกอบการเสียภาษี
กรณีป้ายที่ติดตั้งใหม่ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายที่ติดตั้งใหม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) พร้อมหลักฐานดังนี้
1. ในกรณีที่เจ้าของป้ายเป็นบุคคลธรรมดา
- บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของป้าย
- สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของป้าย และสำเนาทะเบียนบ้านหลังที่ป้ายติดตั้งอยู่ในกรณีที่เจ้าของป้ายเป็นนิติบุคคล
- บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของนิติบุคคล
- สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล
- ใบอนุญาตติดตั้งป้ายหรือใบเสร็จรับเงินจากร้านทำป้าย
2. กรณีป้ายรายเก่า ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย ภายในเดือนมีนาคม และให้นำใบเสร็จรับเงินค่าภาษีครั้งสุดท้ายไปแสดงด้วย

การเสียภาษีบำรุงท้องที่
1.
ที่ดินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่

2. ที่ดินที่ไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
1) ที่ดินที่ตั้งพระราชวังอันเป็นส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
2) ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือที่ดินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์
3) ที่ดินของราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้ในกิจการของราชการส่วนท้องถิ่น หรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์
4) ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษา หรือการกุศลสาธารณะ
5) ที่ดินที่ใช้ศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด ไม่ว่าจะใช้ประกอบศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่งหรือไม่ หรือที่ศาลเจ้า โดยมิได้หาผลประโยชน์
6) ที่ดินที่ใช้เป็นสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน
7) ที่ดินที่ใช้ในการรถไฟ การประปา การไฟฟ้า หรือการท่าเรือของรัฐ หรือใช้เป็นสนามบินของรัฐ
8) ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้ว
9) ที่ดินของเอกชนเฉพาะส่วนที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ทางราชการจัดเพื่อสาธารณะประโยชน์โดยเจ้าของที่ดินมิได้ใช้ หรือหาผลประโยชน์ในที่ดินเฉพาะส่วนนั้น
10) ที่ดินเป็นที่ตั้งที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ในเมื่อประเทศไทยมีข้อผูกพันให้ยกเว้นตามอนุสัญญาหรือความตกลง
11) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทำการของสถานฑูต หรือสถานกงสุล ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน
12) ที่ดินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
 
3. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ คือผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินในวันที่ 1 มกราคม ของปีใด มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่สำหรับปีนั้น

4. กำหนดระยะเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี
ให้เจ้าของที่ดินซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท. 5) ณ สำนักงานเขตท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในเดือนมกราคมของปีแรก ที่มีการตีราคาปานกลางของที่ดิน แบบแสดงรายการที่ยื่นไว้นั้นให้ได้ทุกปีในรอบระยะเวลา 4 ปีนั้น