Main Menu
BANGKOK PORTAL

  • เปลี่ยนภาษา
  • ไทย
  • Eng

ประวัติสำนักงานเขต

ประวัติของสำนักงานเขต

          จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุซึ่งเป็นคนท้องที่เขตดินแดงโดยกำเนิด ได้เล่าถึงตำนานความเป็นมาของเขตดินแดงว่า เดิมพื้นที่เขตดินแดงส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งนา ต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการสร้างทางด้วยดินลูกรังจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง  และสร้างต่อไปจนถึงบริเวณโรงเรียนพร้อมพรรณในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อรถวิ่งผ่านจึงเกิดฝุ่นสีแดงกระจายไปทั่ว ประชาชนจึงเรียกถนนสายนี้ว่า “ ถนนดินแดง ” เนื่องจากถนนสายนี้อยู่ในพื้นที่เขตดินแดง และเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจรในสมัยนั้น  จึงได้ตั้งชื่อเขตให้สอดคล้องกับพื้นที่เดิมที่เรียกขานกันจนติดปากว่า “ เขตดินแดง ” 
          
 
          พื้นที่เขตดินแดง เดิมเป็นแขวงหนึ่งของเขตพญาไท ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตพญาไท เขตห้วยขวางและเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2521  ได้โอนพื้นที่แขวงดินแดงของเขตพญาไทมาขึ้นกับเขตห้วยขวาง  โดยมีผลบังคับใช้เมื่อ 3 พฤษภาคม 2525 จนถึง  พ.ศ. 2532   กรุงเทพมหานครจึงได้จัดตั้งสำนักงานเขตห้วยขวาง  สาขาดินแดงขึ้น   เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในท้องที่ในการติดต่อราชการและต่อมาผู้บริหารกรุงเทพมหานครพิจารณาเห็นว่าเขตห้วยขวาง  เขตพญาไทและเขตราชเทวี   มีอาณาเขตกว้างขวาง มีพลเมืองอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ท้องที่บางแห่งอยู่ห่างไกลจากสำนักงานเขตทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางมาติดต่อราชการที่สำนักงานเขต  ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการบริหาร การปกครอง และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในท้องที่  กรุงเทพมหานครจึงดำเนินการเสนอตั้งสำนักงานเขตดินแดงไปยังกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศฉบับลงวันที่  8 ตุลาคม 2536 จัดตั้งสำนักงานเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ขึ้น  

        โดยมีผลตั้งแต่วันที่  14 มกราคม 2537 เป็นต้นไป จากพื้นที่เดิมที่เป็นท้องทุ่งนาและมีถนนดินลูกรังสีแดง ปัจจุบันพื้นที่เขตได้รับการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ  และเป็นที่ตั้งของส่วนราชการต่างๆ ที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร  2  ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทย - ญี่ปุ่น)  กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  ศูนย์ฝึกกำลังสำรอง(รด.)  สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น นอกจากนี้พื้นที่เขตดินแดงยังมีวัดโบราณอายุกว่าร้อยปี  คือ  วัดกุนนทีรุทธาราม  หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า  “วัดห้วยขวาง”  ตั้งอยู่ในซอยอินทามาระ 59   ถนนประชาสุข   เขตดินแดง  มีพื้นที่ 9 ไร่ 50 ตารางวา  สร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏแน่ชัด ประมาณกันว่าไม่ต่ำกว่าปีพุทธศักราช  2428  (ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2457 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2512)  โดยนายคล้าย ไม่ทราบนามสกุล และนายฟ้อน  ซื่อสัตย์  เป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด  ลักษณะเด่นของวัดกุนนทีรุทธาราม  คือ  พระอุโบสถที่เสาทำด้วยไม้  แต่กำแพงก่ออิฐถือปูนและเครื่องบนใช้ไม้ทำทั้งหลัง ทรงไทยหลังคามุงกระเบื้อง ว่ากันว่าการก่อสร้างอาศัยฝีมือของชาวบ้านที่ร่วมลงแรงสร้างกันเองตามถนัด ทำให้รูปแบบการก่อสร้าง  เช่น  ประตู  หน้าต่าง  และหน้าบรรณมีความแตกต่างกัน วัดกุนนทีรุทธาราม  เป็นแหล่งรวมรูปหล่อจำลองพระพุทธรูปสำคัญต่างๆ  ซึ่งเป็นจุดดึงดูดประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้แวะมานมัสการเยี่ยมชมอยู่มิได้ขาด  โดยเฉพาะ  “ รูปหล่อหลวงปู่ปั้น ”   ซึ่งเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์จึงมักมีผู้เลื่อมใสมาบนบานศาลกล่าวกันอยู่เสมอ  นอกจากวัดกุนนทีรุทธารามแล้ว  พื้นที่เขตดินแดงยังมี  วัดพรหมวงศาราม  หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า  “ วัดหลวงพ่อเณร ”  ตั้งอยู่ในซอยประชาสงเคราะห์ 27 (ซอยเพิ่มสิน) ถนนประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง  มีพื้นที่ 12 ไร่  3 งาน  17 ตารางวา  สร้างขึ้นเมือปี 2513 โดยนายมา  ไม่ทราบนามสกุล  และนายชด อ่อนวงศ์ เป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด 

       ลักษณะเด่นของวัดพรหมวงศารามอยู่ที่พระอุโบสถที่มีพระประธานนามว่า “ พระพุทธรัชดาภิเษกนุสรณ์ ”  ปางมารวิชัย  ลงลักปิดทองงดงามมาก ประดิษฐานอยู่และเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไป    ภายในวัดมีสังเวชนียสถาน  (สถานที่ประสูติ  สถานที่ตรัสรู้  สถานที่แสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า  และสถานที่ปรินิพพาน) อีกทั้งยังมีโรงเรียนปริยัติธรรม ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนการสอนทางด้านพระพุทธศาสนาในพื้นที่เขตดินแดง และเขตใกล้เคียงด้วย  นอกจากศาสนสถานแล้ว  พื้นที่เขตดินแดงยังมีสถานที่สำคัญของศาสนาคริสต์  คือ  โบสถ์แม่พระฟาติมา  ถนนอโศกดินแดง   ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498  โดยบาทหลวงยอห์น  บัปติสต์  อาแมสตอย  เพื่อถวายเป็นเกียรติแด่แม่พระฟาติมา  โดยทุกวันที่ 13 ของเดือน จะมีธรรมเนียมการแห่พระรูปแม่พระฟาติมาตามความเชื่อของคริสตชน ลักษณะเด่นของโบสถ์ฯอยู่ที่บริเวณภายในโบสถ์ที่ตกแต่งได้อย่างวิจิตรงดงามมาก