Main Menu
BANGKOK PORTAL

  • เปลี่ยนภาษา
  • ไทย
  • Eng
ค้นหา

ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม


มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการพัฒนาชุมชน และสังคมทั้งทางด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม อนามัย และคุณภาพชีวิต เช่น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การเสริมสร้างศักยภาพของผู้นำชุมชน องค์กรชุมชนและเครือข่ายชุมชน การพัฒนาสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย การจัดให้มีองค์กรประชาชนในรูปแบบคณะกรรมการชุมชน การส่งเสริมสนับสนุนและจัดตั้งสหกรณ์ชุมชน กองทุนพัฒนาชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง การปรับปรุงชุมชน การรื้อย้ายชุน การประสานงานกับหน่วยงานอื่นเพื่อจัดหาที่อยู่ชั่วคราว การส่งเสริมอาชีพ การจัดหาแหล่งจำหน่ายผลผลิต การดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์ฝึกอาชีพ การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว การดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติด การสงเคราะห์สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัย การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก การควบคุมดูแลการดำเนินงานสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์ ศูนย์เยาวชน ห้องสมุด บ้านหนังสือ ศูนย์กีฬา และลานกีฬา การดำเนินการเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ การให้บริการ และจัดกิจกรรมนันทนาการด้านดนตรี กีฬา ห้องสมุด ฯลฯ งานสภาเยาวชนเขต การอนุรักษ์ส่งเสริม เผยแพร่ ฟื้นฟู บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น งานสภาวัฒนธรรมเขต งานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การสนับสนุนและประสานการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายด้านวัฒนธรรม นันทนาการและการท่องเที่ยว การให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการเกษตรและสภาพแวดล้อมเพื่อการเกษตร การดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร และหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย 

 


1.สวัสดิการผู้พิการ 

การลงทะเบียนรับเงินเบี้ยความพิการ

** ยื่นลงทะเบียนรับเงินเบี้ยความพิการเดือนนี้ มีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป **
** การจ่ายเงินเบี้ยความพิการของกรุงเทพมหานครผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-Social Welfare) โดยกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินภายในวันที่ 10 ของเดือน กรณีวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการจะเลื่อนจ่ายเงินเป็นวันทำการสุดท้ายก่อนวันหยุด

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับเบี้ยความพิการ 
  • มีสัญชาติไทย 
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
  • มีบัตรประจำตัวผู้พิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ(ที่ไม่หมดอายุ)
หลักฐานการยื่นรับเบี้ยความพิการกรณียื่นด้วยตนเอง 

1. บัตรประจำตัวคนพิการ (ที่ไม่หมดอายุ) 
2. บัตรประจำตัวประชาชน (ที่ไม่หมดอายุ)หรือสูติบัตรกรณีคนพิการอายุต่ำกว่าเจ็ดปี 
3. ทะเบียนบ้าน 
4. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือเผื่อเรียกของคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการตามกฎหมาย
(ธนาคารใดก็ได้ หากเป็นบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) จะต้องผูกพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น)

กรณียื่นคำขอแทน  

1. สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ที่ไม่หมดอายุ)(ถ่ายสำเนาทั้งด้านหน้าและด้านหลังบัตร) จำนวน 1 ชุด พร้อมฉบับจริง
2. บัตรประจำตัวประชาชน (ที่ไม่หมดอายุ) หรือสำเนาสูติบัตรกรณีคนพิการอายุต่ำกว่าเจ็ดปี 
3. ทะเบียนบ้าน 
4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือเผื่อเรียกของคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการตามกฎหมาย
 (ธนาคารใดก็ได้ หากเป็นบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) จะต้องผูกพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น)
จำนวน 1 ฉบับ พร้อมฉบับจริง
5. หนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมพยาน2 คนลงลายมือชื่อเรียบร้อย  จำนวน 1 ฉบับ
6. บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ

**** ข้อควรรู้ กรณีคนพิการย้ายภูมิลำเนา

1. กรณีคนพิการย้ายภูมิลำเนาตามทะเบียนไปอยู่สำนักงานเขตท้องที่อื่นของกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตแห่งใหม่จะจ่ายเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป โดยที่คนพิการไม่ต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยความพิการ ณ สำนักงานเขตแห่งใหม่
2. กรณีคนพิการย้ายภูมิลำเนาตามทะเบียนไปอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด) สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครจะระงับการจ่ายเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป หากคนพิการประสงค์ที่จะรับเบี้ยเงินเบี้ยความพิการต่อเนื่องจะต้องไปยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการในท้องที่ที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

 


2.สวัสดิการผู้สูงอายุ

การลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 

*****เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี********

** การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานครผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-Social Welfare) โดยกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินภายในวันที่ 10 ของเดือน กรณีวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการจะเลื่อนจ่ายเงินเป็นวันทำการสุดท้ายก่อนวันหยุด

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

1. มีสัญชาติไทย
2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
3. เป็นบุคคลที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ นับจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 (ก่อนวันที่ 2 ตุลาคม 2502)
 กรณีในทะเบียนราษฎรไม่ปรากฏวัน เดือนเกิด ให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้น
4. ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ
หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ

หลักฐานการยื่นลงทะเบียนผู้สูงอายุ

1. บัตรประจำตัวประชาชน (ที่ไม่หมดอายุ) 
2. ทะเบียนบ้าน 
3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือเผื่อเรียกของผู้สูงอายุ
 (ธนาคารใดก็ได้ หากเป็นบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) จะต้องผูกพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น)

กรณียื่นคำขอแทน  

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ที่ไม่หมดอายุ)  ของผู้สูงอายุ จำนวน 1 ฉบับ พร้อมฉบับจริง
2. ทะเบียนบ้าน 
3. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือเผื่อเรียกของผู้สูงอายุ
 (ธนาคารใดก็ได้ หากเป็นบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) จะต้องผูกพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น)
จำนวน 1 ฉบับ  พร้อมฉบับจริง
4. หนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมพยาน 2 คน ลงลายมือชื่อเรียบร้อย  จำนวน 1 ฉบับ
6. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

***** ข้อควรรู้ กรณีผู้สูงอายุย้ายภูมิลำเนา

1. กรณีผู้สูงอายุย้ายภูมิลำเนาตามทะเบียนไปอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น หากประสงค์จะรับเงินเบี้ยยังชีพต่อเนื่อง จะต้องไปยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในท้องที่ที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านทันที สำนักงานเขตจตุจักรจะจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุต่อไปจนกว่าจะสิ้นปีงบประมาณ (เดือนกันยายนของปีนั้น)

 

3. การยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี (รายละ 2,000บาท)

ผู้รับผิดชอบในการจัดการศพเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี
ยื่นคำขอในท้องที่ที่ผู้สูงอายุอยู่ในทะเบียนบ้านขณะถึงแก่ความตาย ภายในกำหนด 30 วัน  นับแต่วันที่ออกใบมรณบัตร

ผู้สูงอายุที่เสียชีวิตต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. สัญชาติไทย
2. มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของพื้นที่เขตจตุจักร
4. ผู้สูงอายุอยู่ในครอบครัวที่ยากจนตามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน ( จปฐ.)
5. ไม่มีญาติ หรือมีญาติแต่มีฐานะยากจนไม่สามารถจัดการศพตามประเพณีได้

หลักฐานการยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี

1. แบบคำขอรับเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี (แบบ ศผส.01)  
2. แบบรับรองการจัดการศพผู้สุงอายุ (แบบ ศผส.02)
3. สำเนาใบมรณบัตร จำนวน 1 ฉบับ พร้อมฉบับจริง
4. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ จำนวน 1 ฉบับ
 5. หนังสือรับรองการเป็นผู้จัดการศพ จำนวน 1 ฉบับ

 

4.  ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องในการรักษาพยาบาล

อัตราเบิกจ่ายไม่เกินครั้งละ 1,000.-บาทต่อคน และจะช่วยติดต่อกันได้ไม่เกินสามครั้ง
ยื่นคำขอในท้องที่เขตพื้นที่ที่ผู้ยื่นอาศัยอยู่ ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ออกใบรับรองแพทย์

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำขอ

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครตามทะเบียนบ้าน
3. ประสบปัญหาความเดือดร้อน ยากจน หรือไร้ที่พึ่ง
4. เป็นผู้ป่วยด้วยโรคที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง

หลักฐานการยื่นขอรับการสงเคราะห์

1. บัตรประจำตัวประชาชน
2. ทะเบียนบ้าน
3. ใบรับรองแพทย์ (ที่ออกให้โดยสถานพยาบาลที่เข้ารับการรักษาต่อเนื่อง)  จำนวน 1 ฉบับ
4. แผนที่บ้านพอสังเขป
 


5. เงินสนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษา

ยื่นคำขอในท้องที่เขตพื้นที่ที่ผู้ยื่นอาศัยอยู่ ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่สถานศึกษาออกหนังสือรับรอง

 
 ระดับการศึกษา อัตราเบิกจ่ายทุน (คน/ปี)
 1. อนุบาลและประถมศึกษา  ไม่เกิน 3,000 บาท
 2. มัธยมศึกษาตอนต้น  ไม่เกิน 3,500 บาท
 3. มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  ไม่เกิน 4,000 บาท
 4. อนุปริญญา  หรือหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง  ไม่เกิน 4,500 บาท
 5. ระดับปริญญาตรี  ไม่เกิน 5,000 บาท 

หลักฐานการยื่นขอรับการสงเคราะห์

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย และอายุไม่เกิน 25 ปี
2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครตามทะเบียนบ้าน
3. กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาระดับอนุบาลถึงปริญญาตรี และมีหนังสือรับรองของสถานศึกษา
4. บิดาหรือมารดา  หรือผู้ปกครอง ประสบภาวะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ตาย ทอดทิ้ง สาบสูญ ต้องโทษจำคุก พิการ ทุพพลภาพ ป่วยทางร่างกาย หรือจิตใจ ประสบสาธารณภัยหรือเหตุอื่นจนไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวตามควรแก่อัตภาพ

หลักฐานการยื่นขอรับการสงเคราะห์

1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือสูติบัตรกรณีบุคคลอายุต่ำกว่าเจ็ดปี 
2. ทะเบียนบ้าน
3. หนังสือรับรองสภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาจากสถานศึกษา
4. แผนที่บ้านพอสังเขป   

 

​​
6. ทุนประกอบวิชาชีพ

ยื่นคำขอในท้องที่เขตพื้นที่ที่ผู้ยื่นอาศัยอยู่
อัตราเบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินครอบครัวละ 5,000.-บาทต่อปี

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำขอ

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครตามทะเบียนบ้าน
3. ครอบครัวประสบปัญหาความเดือดร้อน ยากจน เพราะเหตุหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หาเลี้ยงครอบครัวตาย ทอดทิ้ง สาบสูญ ต้องโทษจำคุก พิการ ทุพพลภาพป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ หรือเหตุอื่นจนไม่สามารถ ประกอบอาชีพเลี้ยง ครอบครัว ตามควรแก่อัตภาพ

หลักฐานการยื่นขอรับการสงเคราะห์

1. บัตรประจำตัวประชาชน
2. ทะเบียนบ้าน
3. แผนที่บ้านพอสังเขป

​​
7. เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
** เด็กที่ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม สามารถยื่นขอรับสิทธิเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดได้ แต่ต้องอยู่ในครัวเรือนยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจน **

สิทธิการรับเงินอุดหนุนฯ

1. กรณีเด็กที่เกิดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ถึงเดือนกันยายน 2560 แต่มิได้ลงทะเบียนขอรับสิทธิฯ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 สามารถยื่นลงทะเบียนขอรับสิทธฯ โดยจะได้รับเงินรายละ 600.-บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนจนเด็กอายุครบ 3 ปี
2. เด็กที่เกิดในปีงบประมาณ 2561 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึง 30 กันยายน 2561) ได้ยื่นลงทะเบียนขอรับสิทธิฯ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2561 จะได้รับเงินรายละ 600.-บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่เด็กเกิดจนเด็กอายุครบ 3 ปี

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำขอ

1. เป็นหญิงตั้งครรภ์ มารดาของเด็กแรกเกิดหรือผู้ปกครองของเด็กแรกเกิดมีสัญชาติไทย อยู่ในครัวเรือนยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจน (รายได้รวมของครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกิน 3,000.-บาทต่อคนต่อเดือน)
2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครตามทะเบียนบ้านหรือพำนักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร
3. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 จนอายุครบ 3 ปี และมีสัญชาติไทย ซึ่งอยู่ในครัวเรือนยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจน
4. เด็กแรกเกิดต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตรจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรืออยู่ในความอุปการะของหน่วยงานรัฐ

หลักฐานการยื่นขอรับการสงเคราะห์

1. แบบลงทะเบียน (ดร.01)
2. แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02)
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของมารดาหรือบิดาของเด็กแรกเกิด หรือผู้ปกครองของเด็กแรกเกิดแล้วแต่กรณี  จำนวน 2 ฉบับ
4. สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) จำนวน 2 ฉบับ
5. สำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (หน้าที่1) จำนวน 2 ฉบับ
6. สำเนาสูติบัตรเด็กแรกเกิด จำนวน 2 ฉบับ
7. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (ประเภทออมทรัพย์ เผื่อเรียก สะสมทรัพย์ กระแสรายวัน) ของผู้ยื่นรับสิทธิ  ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารออมสิน หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เว้นแต่กรณีที่มีการผูกพร้อมเพย์บัญชีเงินฝากทีมีอยู่กับธนาคารเข้ากับเลขประจำตัวประชาชน สามารถใช้สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากได้ทุกธนาคาร
8. สำเนาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ถ้ามี)
9. แผนที่บ้านพอสังเขป


แบบฟอร์มต่างๆ

1.แบบคำขอขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ


2.แบบคำขอบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่อส่งเข้ากองทุนผู้สูงอายุสำหรับจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย

3.แบบคำขอยกเลิกการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

4.แบบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิการรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ/เบี้ยความพิการ

5.แบบแสดงความจำนงรับเบี้ยความพิการ

6.แบบคำขอรับเงินสงเคราะห์และรับรองผู้รับผิดชอบในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี (แบบ ศผส.01)

7.แบบรับรองการจัดการศพผู้สูงอายุ กรณีไม่ได้รับการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน ในปีที่ตาย และผู้สูงอายุอยุ่ในครัวเรือนยากจนตามเกณฑ์ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (แบบ ศผส.02) 

8.คำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักสถานศึกษา

9.แบบลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (แบบ ดร.01)

10.แบบรับรองสถานะของครัวเรือน ตามรางแสดงจำนวนสมาชิกและรายได้ของครัวเรือน (แบบ ดร.02)


11.แบบฟอร์มการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP
12.แบบฟอร์มข้อมูลผลิตภัณฑ์ OTOP 
 

 
smiley ให้บริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 16.00 น. smiley

smiley สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ชั้น 3  smiley

smiley โทรศัพท์ 0 2513 3444 ต่อ 5234 , 5236 smiley
โทรศัพท์ 0 2513 9954