Main Menu
BANGKOK PORTAL

  • เปลี่ยนภาษา
  • ไทย
  • Eng

ฝ่ายทะเบียน

กลุ่ม :
ค้นหา :
กรณีบัตรประชาชนหายจะต้องใช้เอกสารหลักฐานที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่าย เช่น ใบขับขี่ วุฒิการศึกษา หรือหนังสือเดินทาง มาดำเนินการยืนยันตนเอง หากไม่มีให้พาเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือมารับรองตนเอง(ผู้ที่จะรับรองจะต้องมีอายุ 20 ปีขี้นไป และมีบัตรประชาชน ซึ่งกรณีบัตรประชาชนหายจะต้องยืนคำร้องภายใน 60 วัน นับแต่วันที่หาย และมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
กรณีบัตรประชาชนหมดอายุ สารมารถนำบัตรประชาชนใบที่หมดอายุมายื่นขอทำบัตรใหม่ได้ภายใน 60 วัน หากเกินกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
กรณีการขอมีบัตรประชาชนครั้งแรก จะต้องมีอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์ โดยบิดาและมารดาจะต้องใช้เอกสารหลักฐานของผู้ขอมีบัตรมาดำเนินการขอมีบัตรครั้งแรก เอกสารที่จะต้องใช้คือสูติบัตร หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายเช่น ใบสุทธิ หนังสือเดินทาง เป็นต้น หากไม่มีเอกสารข้างต้น ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคลที่น่าเชื่อถือมารับรอง หากยื่นขอเกินกำหนด 60 วัน นับจากวันที่อายุครบ 7 ปีบริบูรณ์ มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
กรณีเล่มทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านสูญหายหรือถูกทำลาย สามารถยืนคำร้องได้ฝ่ายทะเบียนตามหลักฐานทางทะเบียนบ้าน เอกสารหลักฐานที่จะต้องใช้คือ
         1. บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน
         2. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน จะต้องมีบัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย หนังสือผู้มอบหมาย ค่าธรรมเนียมในการออกเล่มใหม่ฉบับละ 20 บาท
ในกรณีที่ต้องการย้ายเข้าในเล่มทะเบียนบ้านครั้งแรก ให้นำเอกสารหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของบ้าน เช่น ใบให้เลขบ้าน หนังสือสัญญาซื้อขาย ใช้เป็นหลักฐานในการขอแจ้งย้ายเข้า
ในกรณีผู้ยื่นคำร้องต้องการขอเลขหมายประจำบ้านจะต้องใช้เอกสารดังนี้
         1. บัตรประจำตัวผู้แจ้ง (กรณีมอบหมายให้ใช้บัตรประจำตัวผู้รับมอบหมายและหนังสือมอบหมายด้วย)
         2. ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร หรือเอกสารอื่นแล้วแต่กรณี
         3. ใบคำร้องตามแบบ ท.ร.900
กรณีการขอจำหน่ายบ้านนั้นจะต้องใช้เอกสารดังนี้ 1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง กรณีมอบหมายให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบหมายและหนังสือมอบหมายด้วย 2.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน 3. ใบคำร้องตามแบบ ท.ร. 97 ค.
กรณีแจ้งเกิดจะต้องใช้เอกสารดังนี้
        1. บัตรประชาชนผู้แจ้ง
        2. กรณีมอบหมาย(เจ้าบ้านหรือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล หรือบิดา หรือมารดา)
        3. หนังสือรับรองการเกิด (แบบพิมพ์ ท.ร. 1/1)
        4. การเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านในเขตท้องที่ให้แนบสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อเด็กเข้า
กรณีการตายแบบทั่วไปจะใช้เอกสารดังนี้
        1. บัตรประจำตัวผู้แจ้ง / คนตายในบ้าน ( เจ้าบ้าน ) / คนตายนอกบ้าน (ผู้ที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพ)      
        2. กรณีมอบหมายให้ใช้บัตรผู้แจ้ง และหนังสือมอบหมาย
        3. หนังสือรับรองการตาย (ถ้ามี)
        4. กรณีตายโดยผิดธรรมชาติ เพิ่มหลักฐานใบรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสถาบันนิติเวช
กรณีการย้ายปลายทางผู้ย้ายจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ต่างเขตเท่านั้น จึงจะมีสิทธิย้ายปลายทางได้ เอกสารที่ใช้ในการย้ายปลายทางมีดังนี้
         1. บัตรประจำตัวเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า พร้อมหนังสือยินยอมให้ย้ายเข้าและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า
         2. บัตรประชาชนผู้แจ้ง กรณีมอบหมายให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง ปละหนังสือมอบอำนาจ
         3. กรณีรายการบุคคลที่จะย้ายเข้าเป็นผู้เยาว์ให้บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง เป็นผู้ย้าย โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง และหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
         4. หากบ้านหลังดังกล่าวยังไม่มีเล่มทะเบียนบ้านให้นำหลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ การครอบครองมาแสดง
คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส ชาย – หญิง จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือไร้ความสามารถ ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้จะต้องไม่เป็นคู่สมรสกับบุคคลอื่น หญิงหม้ายจะสมรสใหม่ได้ก็ต่อเมื่อการสมรสครั้งก่อนสิ้นสุดไปแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่ คลอดบุตรแล้วในระหว่านั้น , สมรสกับคู่สมรสเดิม , มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ , ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้

เอกสารหลักฐานที่ใช้ในการจะทะเบียนสมรสคือ 
1. บัตรประจำตัวผู้ร้อง
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. กรณีผู้ร้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ (20 ปีบริบูรณ์) บิดา มารดา ผู้ใช้อำนาจปกครองจะต้องให้ความยินยอมด้วยตนเอง หากไม่สามารถมาด้วยตนเองให้ใช้หนังสือให้ความยินยอม
4. กรณีผู้ร้องเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนให้ใช้หลักฐานการหย่า เช่น ใบหย่า
5. กรณีผู้สมรสตาย ให้ใช้หลักฐานการตาย เช่น ใบมรณะบัตร
6 กรณีมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ต้องใช้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่ให้จดทะเบียน
7. พยานอย่างน้อย 2 คน ที่อายุ 20 ปีบริบูรณ์
กรณีการหย่าจะต้องเตรียมเอกสารดังนี้
        1. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านทั้งสองฝ่าย
        2. ใบสำคัญการสมรส
        3. ใบเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล (ถ้ามี)
        4. ฝ่ายหญิงต้องทำการแก้ไขคำนำหน้านามจาก นางสาว เป็น นาง ในทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว
        5. พยานบุคคล อายุ 20 ปีขึ้นไป พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน
        6. คำร้องตามแบบ คร.1
     เมื่อฝ่ายชายมีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปโดยจะให้ฝ่ายหญิงมีอำนาจปกครองบุตรแทนคน กรณีนี้ต้องร้องขอต่อศาลตามนัย ป.พ.พ.มาตรา 1520 ประกอบ ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 38 การบันทึกเพิ่มเติมที่อาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งห้ามมิให้นายทะเบียนรับบันทึกไว้ เว้นแต่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
ต้องมีหลักฐานดังนี้
1. บัตรประจาตัวของผู้ยื่นคำขอ
2. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
3. เอกสารอื่น (ถ้ามี) เช่น สูติบัตร ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ทะเบียนการหย่า ซึ่งระบุอำนาจการปกครองของบุตร มีค่าธรรมเนียม ฉบับละ 50 บาท
กรณีคู่สมรสฝ่ายใดทำใบสำคัญการสมรส (คร.3) ของตนเองหาย ก็ให้ดำเนินการแจ้งความเอกสารหาย
สามารถทำได้ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการทะเบียนชื่อบุคคล พ.ศ. 2551 ข้อ 22 และหนังสือสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท 0309.3/11833 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2551 โดยเตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน
     กรณีคนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตายภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย ในกรณีไม่มีเจ้าบ้าน ให้ผู้พบศพแจ้งภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาพบศพ
บัตรประจำตัวประชาชนเดิม ค่าธรรมเนียมทำบัตร จำนวน 100 บาท สามารถยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนแห่งใดก็ได้
    กรณีการคัดรับรองรายการบัตรประจำตัวประชาชนแบบภาษาอังกฤษสามารถยื่นคำร้องขอคัดที่สำนักทะเบียนแห่งใดก็ได้ โดยมีค่าธรรมเนียมคัดรายการ ฉบับละ 10 บาท