บางกอกใหญ่บริการประชาชน สอบถามก่อนมา ลดการพบปะ ตอบโจทย์ยุค New Normal
ประกาศ/คำสั่ง/มาตรการ กรุงเทพมหานคร
 
รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มา : กรมควบคุมโรคุ
ภาษี่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
การขยายเวลาฯ ภาษีที่ดิน
ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินฯ
ภาษีป้าย
การขยายเวลาฯ ภงด.91,90
   เก็บขยะชิ้นใหญ่ วันที่ 7 มี.ค. 64 (ชุมชนรวมพล)   วันที่ 14 มี.ค. 64​ (ชุมชนศาลเจ้าพ่อเขาตก)  วันที่ 21 มี.ค. 64 (ชุมชนวัดท่าพระ)  วันที่ 28 มี.ค. 64 (ชุมชนหลังโรงเรียนเสสะเวช)                                                    ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า   ฟรี   ระหว่างวันที่ 8-19 มีนาคม 2564   รายละเอียดคลิกเลย
Main Menu
BANGKOK PORTAL

  • เปลี่ยนภาษา
  • ไทย
  • Eng

วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร


 
แหล่งที่มาวีดิทัศน์



 
 
วัดราชสิทธาราม ( WAT  RATCHASITTHARAM )

                  เมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงสร้างวัดใหม่ในที่ดินติดกับวัดพลับเดิม ทรงโปรดเกล้าฯให้รวมทั้งสองวัดเข้าด้วยกัน  แต่ยังคงเรียกว่า “ วัดพลับ ” เช่นเดิม  ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3  ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งวัด  มีการสร้างพระอุโบสถ   พระวิหาร   ศาลาการเปรียญ  ฯลฯ   และปฏิสังขรณ์ตำหนักจันทร์   ซึ่งรัชกาลที่ 2   ทรงสร้างพระราชทานให้พระองค์ขณะทรงผนวชและจำพรรษาที่วัดนี้  และทรงพระราชทานนามว่า “ วัดราชสิทธาราม ” 
  
แผนที่การเดินทาง  (ระบบ Gis กรุงเทพมหานคร)

เลขที่ 3 ตรอกวัดราชสิทธาราม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ 10600  โทร. 02-4650670,02-4652552  รถโดยสารประจำทางที่ผ่าน 19,57,56,40

street  view
  
 
สิ่งสำคัญ ที่น่าชม  
1. พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูน หลังคาลด 2 ชั้น ประดับลานปูนปั้นพระนารายณ์ทรงครุฑ ประกอบลายก้านขด ผนังภายในเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ เวสสันดรชาดก เทพชุมนุมและไตรภูมิ
2. พระตำหนักจันทร์ เป็นที่ประทับเจริญวิปัสนาของรัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งทรงผนวชจำพรรษา เดิมชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ชั้นบนทำด้วยไม้จันทร์ รัชกาลที่ 3 ทรงปฏิสังขรณ์ โดยให้ย้ายมาปลูกที่ข้างตำหนักเก๋งจีน
3. พระเจดีย์ทรงเครื่อง มี 2 องค์ คือ พระศิราศนเจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และพระสิรจุมภฎเจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำลวดลายปูนปั้นเป็นสังวาลย์พาดจนถึงแท่นบัลลังก์
4. พระตำหนักเก๋งจีน เป็นที่ประทับจำพรรษาของกษัตริย์ 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 2 - 4
5. พระรูปปั้นสมเด็จพระสังฆ์ราช (สุก) ไก่เถื่อน ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ทางวิปัสนาธุระ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2-4
 
สถานที่ถัดไป (วัดท่าพระ)